ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

รมว.สาธารณสุขอาเซียน ถกรับมือ "อีโบลา"

671 889

การประชุม อาเซียนบวกสาม รวมพลัง 13 ประเทศ ป้องกันภัยอีโบลาภูมิภาคเริ่มขึ้นแล้ว โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เสริมสร้างความเข้มแข็ง ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคามจากเชื้อไวรัสอีโบลา สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในภูมิภาคไปติดตามรายละเอียดเรื่องนี้ได้กับ สุริยัน ปัญญาไว @Suriyan_NTV

ในรอบปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ถือเป็นวิกฤติด้านสาธารณสุข ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และแม้ในทวีปเอเชียและประเทศไทย จะไม่ได้เป็นพื้นที่เสี่ยง แต่เพื่อความปลอดภัยก็ต้อง วางมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ซึ่งในวันนี้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน เพื่อผนึกกำลังรับมือภัยคุกคามจากเชื้อไวรัสอีโบลา / ครับ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุม "รัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม" ซึ่งเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา รวมทั้งร่วมกันวางนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีประชากรมากกว่า 2 พันล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของโลก

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่ง ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาด ในทวีปแอฟริกาตะวันตก ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากความไม่พร้อมทางด้านสาธารณสุข รวมทั้งยังไม่มีแนวทางการรักษาที่ชัดเจน ดังนั้นการร่วมมือกันในภูมิภาค จึงถือเป็นแนวทางสำคัญ ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ยับยั้งการแพร่ระบาด เช่นเดียวกับกรณีการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและโรคไข้หวัดนกในอดีต

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่า หลักการสำคัญในการรับมืออีโบลา คือการตื่นตัว แต่ต้องไม่ตื่นตระหนก โดยการให้ความรู้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถทางการแพทย์ สอดคล้องกับ พญ.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ที่ระบุว่า บทเรียนความสำเร็จการควบคุมอิโบลา ในประเทศไนจีเรียและเซเนกัล ซึ่งขณะนี้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ปลอดโรค ไม่พบผู้ป่วยนานกว่า 6 สัปดาห์นั้น เกิดจาก 4 ประการสำคัญ คือ 1.การเตรียมความพร้อมรับมือที่ดี 2.มาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ 3.นโยบายที่เข้มแข็งของรัฐบาล และ 4.ความร่วมมือของชุมชน

ด้าน นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภูมิภาคอาเซียน เป็นภูมิภาคที่มีเขตติดต่อกัน หากประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดการแพร่ระบาด ก็จะส่งผลกระทบทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นการประชุมในวันนี้ จะมีการร่วมกันวางมาตร ระหว่างภูมิภาคอาเซียน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยเน้นการวางระบบเฝ้าระวัง และเพิ่มประสิทธิภาพระบบคัดกรอง

อย่างที่ได้บอกไปนะครับ ว่าแม้ภูมิภาคอาเซียน จะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงในการแพร่ระบาด แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการเดินทาง ติดต่อกันทั่วโลก การร่วมกันเฝ้าระวังจึงถือเป็นมาตรการสำคัญ ที่ไม่อาจมองข้าม ทั้งนี้สถิติขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ป่วยเกือบ 18,000 คน เสียชีวิต 6,388 คน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend