ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ไทยไล่ยำฟิลิปปินส์ เข้าชิงซูซูกิ คัพ "ซิโก้" ลั่นต้องแชมป์เท่านั้น

6.13K 7.21K

ก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ สวมบทพระเอกเหมายิงคนเดียว 2 ประตู บวกกับ เจ ชนาธิป สรงกระสันธ์ ซัดอีก 1 ตุงพาทีมชาติไทยไล่ยำฟิลิปปินส์ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 5 หมื่นคนภายในสนามราชมังคลกีฬาสถาน ตีตั๋วเข้าไปชิงชนะเลิศลูกหนัง เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ได้สำเร็จ

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดบ้านพบ ตากาล็อก ฟิลิปปินส์ ซึ่งนัดแรกที่มะนิลาเสมอกัน 0-0 นัดนี้ไทยต้องชนะเท่านั้นถึงจะเข้ารอบ หากเสมอแบบไม่มีสกอร์จะต่อเวลาพิเศษ 30 นาที แต่ถ้าเสมอแบบมีสกอร์ทีมไทยจะตกรอบทันทีด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน

ทีมไทยไม่มี อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษใบแดง โดย 11 คนแรก ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ สุทธินันท์ พุกหอม แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง สารัช อยู่เย็น ชาริล ชัปปุยส์ ประกิต ดีพร้อม แนวรุกริมเส้นขวา มงคล ทศไกร ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และหน้าเป้า ชนาธิป สรงกระสินธ์

เปิดเกมมาแค่ 6 นาทีกองเชียร์ไทยในสนามราว 5 หมื่นคนเฮกันสนามแทบแตกเมื่อแผงหลังฟิลิปปินส์โหม่งเคลียร์บอลไม่ดีมาเข้าทาง ชนาธิป จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยซ้ายส่งลูกพุ่งเสียบมุมประตูเบิกสกอร์แรกให้ ช้างศึก ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 หลังจากนั้นไทยได้ใจบุกต่อ นาทีที่ 10 มงคล หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแต่ติดบล็อกนายประตู ตากาล็อก ออกหลัง

เกมไทยบุกต่อเนื่องจนฟิลิปปินส์ต้องฟาวล์หยุดเกมก่อน ไดซูเกะ ซาโต โดนใบเหลืองคนแรก ถัดไปนาที 27 ประกิต โดนใบเหลืองคนแรกของไทย นาที 34 มาร์ติน สทิวเบิล ไปอัด มงคล ตรงมุมธงโดนใบเหลืองอีกคน นาที 38 ทีมไทยหวิดได้เฮ พีระพัฒน์ ตะบัน 30 หลาบอลเหินข้ามคานแบบมีเสียว นาที 43 ชาริล โดนใบเหลืองเป็นคนที่ 2 ของไทย ก่อนจบครึ่งแรกไทยนำ 1-0

แก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังฟิลิปปินส์หลังชนฝาเปิดเกมรุกมากขึ้น นาที 48 มาร์ติน สทิวเบิล ซัดไกลเต็มข้อแต่ถูก กวินทร์ ซูเปอร์เซฟบินปัดได้อย่างสวยงาม หลังจากนั้น ชนาธิป ได้ซัด 20 หลาบอลทำท่าจะเสียบมุมแต่นายประตูทีมเยือนพุ่งปัดได้หวุดหวิด นาที 57 ประกิต เปิดบอลให้ เกริกฤทธิ์ วิ่งเบียดแผงหลังฟิลิปปินส์เข้าไปแปนิ่มๆ บอลพุ่งเข้าไปกองก้นตาข่ายบวกสกอร์ให้ไทยนำห่าง 2-0

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายทีมไทยเปลี่ยนตัวคนแรกส่ง ศราวุฒิ มาสุข ลงไปแทน มงคล นาที 80 เกริกฤทธิ์ หลุดไปซัดเหน่งๆ ถากเสานิดเดียว นาที 82 ฟิลิปปินส์ต้องเหลือ 10 คน มาร์ติน สทิวเบิล ไปอัด ประกิต ร่วงตรงกลางสนามเลยโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป ก่อนที่ไทยจะส่ง อดุล หละโสะ ลงมาแทน ประกิต ที่ถูกหามเปลออกในนาทีต่อมา

ท้ายเกมนาที 86 เกริกฤทธิ์ หลุดเข้าไปซัดประตูตอกฝาโลงให้ทีมชาติไทยชนะ 3-0 รวมสกอร์ 2 นัดชนะ 3-0 ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เวียดนาม กับ มาเลเซีย ที่จะเตะนัดที่ 2 ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ส่วนนัดชิงชนะเลิศไทยจะเป็นเจ้าบ้านก่อนนัดแรกวันที่ 17 ธันวาคม แล้วออกไปเยือนนัดที่ 2 วันที่ 20 ธันวาคมนี้

หลังจบเกมในห้องแถลงข่าว ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยกล่าวว่า เกมแรกทีมเสมอมาจึงไม่มีทางเลือกสำหรับนัดนี้ แต่ฟิลิปปินส์ก็มาเล่นได้ดี ซึ่งทีมไทยเล่นโต้กลับเข้าใส่ครึ่งแรกยิงนำ 1-0 ก่อนครึ่งหลังจะปรับแท็กติกและยิงได้อีก 2 ประตู ต้องขอบคุณลูกทีมที่เล่นกันได้ดี ถือเป็นการตอบแทนแฟนบอลได้เป็นอย่างดี

แฟนบอลติดตามพวกเรามาตลอดตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ แต่เราไม่เคยได้เล่นในบ้านจึงไม่รู้จะขอบคุณหรือตอบแทนอย่างไร เกมนี้ถือเป็นการตอบแทนแฟนบอลที่ดี ทุกคนทำได้ดี แต่งานของเรายังไม่หมด เป้าหมายของเราคือต้องเอาแชมป์กลับมาให้ได้ ส่วนนัดชิงชนะเลิศพร้อมเจอทั้งเวียดนาม และมาเลเซีย ใครก็ได้ ซิโก้ กล่าว

ด้าน โธมัส ดูลีย์ เฮดโค้ชฟิลิปินส์ เปิดเผยว่า ทีมไทยสมควรได้รับชัยชนะในวันนี้ การได้เสียงเชียร์จากแฟนบอลในสนามขนาดนี้ทำให้ทีมต้องทำงานหนัก วันนี้ทั้ง 2 ทีมเล่นกันได้ดี สำหรับฟิลิปปินส์ถือว่ามีความผิดพลาดในส่วนของกองหลังอยู่ตลอด แม้จะแก้ไขในช่วงพักครึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้น ขณะที่ผู้ตัดสินในเกมนี้ถือว่ามีความผิดพลาดเหมือนกัน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend