ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ชัยภูมิ - ฟื้นกีฬาโบราณ มหัศจรรย์ตีคลีไฟ ฝรั่งทึ่งอเมซิ่งไทยแลนด์

1.79K 0
ชัยภูมิ - ฟื้นกีฬาโบราณ มหัศจรรย์ตีคลีไฟ ฝรั่งทึ่งอเมซิ่งไทยแลนด์

เมืองชัยภูมิจัดสืบสานฟื้นการละเล่นแข่งกีฬาสาธิตแบบโบราณตีคลีไฟต้อนรับการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพจังหวัดช่วงฤดูหนาวมีให้ชมหนึ่งเดียวในโลก สร้างเสริมสร้างรายได้สู่ชุมชนคึกคักเปิดลานวัฒนธรรมแบบผสมผสานสู่สากลให้ต่อเนื่องเป็นปีที่2นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแห่รอชมคึกคักงานมหัศจรรย์แสงสีเสียงอเมซิ่งไทยแลนด์ตีคลีไฟที่ชัยภูมิหนึ่งเดียวในโลกระหว่าง 8-9 ธ.ค. นี้เปิดให้ชมฟรีทุกวัน

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนางสาวนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ นำผู้นำองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งรวม กว่า 123 แห่ง จัดใหญ่และเปิดลานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนท้องถิ่นทั่วทั้งจังหวัดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดชัยภูมิ ภายในสโลแกนมีให้ชมหนึ่งเดียวในโลก มหัศจรรย์อเมซิ่งไทยแลนด์กีฬาโบราณตีคลีไฟแห่งเดียวในโลกที่ชัยภูมิ เพื่อทำพิธีเปิดงานสืบสานฟื้นประเพณีโบราณงานมหัศจรรย์แสงสีเสียงตีคลีไฟแห่งเดียวในโลกช่วงหลังวันออกพรรษาและช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.ชัยภูมิช่วงฤดูหนาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ ลานวัดแจ้งสว่างบ้านหนองเขื่อง หมู่ 16 ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

ท่ามกลางการร่วมแรงร่วมใจของภาคประชาชนในพื้นที่ 18 หมู่บ้าน กว่า 3,000 คน เข้าร่วมงานเทศกาลปีนี้ที่เริ่มจัดสืบสานฟื้นประเพณีโบราณมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 8-9 ธ.ค.ประจำปี 2014 (พ.ศ.2557)กันอย่างคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งมีการจับมือกับผู้นำท้องถิ่นทุกองค์กรมาร่วมเปิดลานวัฒนธรรมของดีแต่ละท้องถิ่นเมืองชัยภูมิ นำมาร่วมโชว์จัดแสดงไว้ที่นี่ตลอดช่วง 2 วันเต็มในปีนี้

โดยนายสันติ รักมณี ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ประเพณีออกพรรษาตีคลีไฟของชาวตำบลกุดต้ม ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่นี่ ที่มีมายาวนานเก่าแก่นับร้อยปี ซึ่งกีฬาตีคลีไฟถือเป็นกีฬาโบราณ ที่รุ่นปู่ย่า ตายาย ของคนที่นี่จะนำมาเล่นกันในช่วงหน้าหนาว ช่วงหลังเทศกาลวันออกพรรษา

จากเมื่ออดีต เดิมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนแห่งนี้จะไม่มีความเจริญเหมือนในปัจจุบัน คนในหมู่บ้านทุกคน ในช่วงใกล้ค่ำทุกวัน หลังเสร็จจากไร่นา ก็จะมาร่วมตัวกันรอคิวลงอาบน้ำที่บึงหนองเขื่อง ที่มีแห่งเดียวในชุมชน ก็เริ่มมีการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ระหว่างมานั่งรอคิวอาบน้ำ ก็พากันก่อไฟผิง เพื่อช่วยคลายหนาว และเล่นกีฬาตีคลีไฟเกิดขึ้น

ซึ่งเดิมมีต้นงิ้ว หรือต้นนุ่นเกิดหนาแน่นในชุมชนมาก ชาวบ้านก็จะพากันไปตัดต้นงิ้วที่ยืนต้นตาย มาทำตัดแต่งให้เหมือนลูกฟุตบอล และก็ใช้เหง้าไม้ไผ่ที่มีลักษณ์หัวงอเหมือนตะขอความยาวไม่เกิน 1 เมตร มาใช้ตีแข่งกัน โดยตั้งเป็นทีมๆละไม่เกิน 7 คน และมีผู้รักษาประตูเหมือนกีฬาฟุตซอล และมีกติกาเหมือนกีฬาฮอกกี้ที่ต้องมีไม้มาใช้เตะลูกแทนเท้า

ซึ่งกติกาสำคัญจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้ดีคือการยกไม้ของผู้เล่นจะบังคับไม่ให้ยกสูงเกินหัวเข่าเด็ดขาด ก็จะมีกรรมการคอยกล่าวเตือนว่าผิดกติกาทันที หรือแจกใบเหลืองและแดงเพราะจะเสี่ยงเกิดอันตรายหากยกไม้สูงจะไปถูกศรีษะกันแตกได้ ซึ่งเราก็ไม่ทราบได้ว่ากีฬาตีคลีไฟของเรา เกิดก่อนหรือหลังกีฬาฮอกกี้ได้ 

แต่ในส่วนการละเล่นกีฬาพื้นบ้านตีคลีไฟของเราเกิดมานานนับหลายร้อยปีแล้วที่อยากจะบอกว่ามีแห่งเดียวในโลกก็ว่าได้ ที่จ.ชัยภูมิ ที่มีการริเริ่มฟื้นฟูกีฬาโบราณประเภทนี้ให้กลับคืนมาได้อีกครั้งเมื่อช่วยปี 2546 ที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง หลังกีฬาประเภทนี้เกือบจะเลือนหายไปจากชุมชน จึงเริ่มเกิดการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายในชุมชนเกิดขึ้น เพื่ออนุรักษ์กีฬาโบราณตีคลีไฟแห่งนี้กลับมาคืนมาได้อย่างภาคภูมิใจของทุกฝ่ายอีกครั้ง ที่มีชาวต่างชาติเดินทางมารอชมให้ความสนใจมากและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมีแห่งเดียวในโลกมาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

และปีนี้ถือว่าจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปีมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 2ที่จะมีทั้งลานวัฒนธรรมมารวมไว้ที่นี่จากทุกชุมชน และงานจัดแสดงโชว์แสงสีเสียงสะท้อนเรื่องราวดึงดูวัฒนธรรมแบบผสมผสานสู่สากลให้มากที่สุดเพื่อที่จะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั่วประเทศและชาวต่างชาติได้มาชมนำร่องเป็นครั้งแรกของจังหวัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้อีกด้วย

ขณะที่ นายพยัฆวิเชียร หาญมรรคา วัย 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองเขื่อง หมู่ 16 กล่าวว่า ซึ่งจากเดิมกีฬาโบราณตีคลีไฟที่นี่จะมีการแข่งตีคลีโหล๋น คือนำลูกไม้งิ้วตีแข่งกันแบบไม่เผาไฟ แต่บังเอิญระหว่างเล่นและมีคนนั่งผิงไฟรอ รอบบึงจำนวนมาก ลูกไม้งิ้วเกิดวิ่งไปเข้ากองไฟเข้า และด้วยลักษณะของไม้งิ้ว มีความเบา ตีได้ไกล และไม่แตกง่ายติดไฟนาน และไหม้ไฟง่ายเกิดไปตีไฟเข้าชาวบ้านจึงไปเขี่ยออกมาและก็นำมาใช้ตีส่งให้เพื่อนต่อและกลับเกิดเป็นประกายแสงไฟงดงาม ช่วยเพิ่มแสงสว่างในช่วงหัวค่ำให้อีกด้วย จึงเริ่มหันมานำลูกคลีไปเผาไฟก่อน นำมาเล่นตีคลีพุ่งเป็นแสงไฟสวยงามให้เห็นไปไกลในทุกหมู่บ้านได้เกิดความสนใจและมาร่วมนั่งชมเชียร์จัดแข่งขันกันเป็นกีฬาเชื่อมความสามัคคีความสามารถกันระหว่างหมู่บ้าน มาจนปัจจุบัน

ซึ่งกีฬาตีคลีไฟ เราได้สูญหายไปพักหนึ่งจากชุมชน ท่ามกลางความเจริญของสังคมเมืองเข้ามาแทนที่ และเยาวชนคนหนุ่มสาวไม่สนใจกีฬาโบราณของชุมชนลดน้อยลง ทางกลุ่มปราญ์ชุมชน โรงเรียนหนองเขื่อง และผู้นำท้องถิ่น จึงเล็งเห็นว่าถ้าปล่อยไปเช่นนี้ประเพณีวัฒนธรรมโบราณ ที่ตกทอดมายาวนานของพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย มาหลายชั่วคนแห่งนี้จะสูญหายไปได้

จึงช่วยกันกับสถานศึกษา ช่วยกันออกมาจัดฟื้นฟูสืบทอดประเพณีโบราณตีคลีไฟ ของชุมชนให้กลับคืนมาอีกครั้งมาต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มาช่วยส่งเสริมการจัดกิจกรรม วันออกพรรษา ฟื้นกีฬาตีคลีไฟแห่งนี้มาต่อเนื่องตลอด โดยทุกปีจะเลือกวันหลังออกพรรษา 3-4 วันเพื่อให้เกิดความนัดพร้อมร่วมกับชาวบ้าน ในเขตรับผิดชอบทั้ง 18 หมู่บ้าน ได้พอมีเวลาว่าง จัดทีม ส่งตัวแทนชาวบ้าน เยาวชนในแต่ละหมู่บ้านได้ออกมาร่วมกันจัดแข่งฟื้นกีฬาโบราณตีคลีไฟให้เกิดขึ้น มาจนปัจจุบันได้ เพื่อให้ทุกคนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจภูมิปัญญาของปู่ย่า ตายาย ที่นำมาปฏิบัติสานความสามัคคีกันช่วงวันออกพรรษาให้ต่อเนื่องเป็นประเพณีประจำทุกปี

และยังได้รับการตอบรับที่ดี หลังจากประชาชนนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติจำนวนมากทราบข่าว ก็ให้ความสนใจ พากันเดินทางมารอชม และท่องเที่ยวในจ.ชัยภูมิ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด และแห่งเดียวในเมืองไทย หรือมีให้ชมที่เดียวในโลกก็ว่าได้ ซึ่งยังสามารถสร้างเสริมรายได้ให้คนในชุมชนในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวออกพรรษา ชวนท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวเป็นประจำทุกปี ที่จะมีคณะทัวร์พากันเดินทางมาชม และเที่ยวพักโฮมสเตล์ มาสัมผัสวิถีชีวิตคนในชุมชน รับประทานอาหารพาแลง ซึ่งยังมีวิถีชีวิตคนในชุมชน ที่มีอาชีพหาปลา จับปลาไหล และจับแมลงดา จำหน่ายสร้างรายได้ให้คนในชุมชนช่วงนี้จำนวนมากอีกด้วย

ขณะที่ด้าน Mr.Claude Broussard นักท่องเที่ยวชาวแคนนาดา ที่ตั้งใจเดินทางมาร่วมรอชมการจัดแข่งสาธิตแข่งขันกีฬาโบราณตีคลีไฟในปีนี้ กล่าวว่า มาทุกปีก็รู้สึกประทับใจมากที่ได้มาเที่ยวงานที่นี่ เห็นแล้วเหมือนได้ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนที่เคยมีการจัดงานมาและหายไประยะหนึ่ง ที่ต้องบอกว่าหาดูได้ยากมาก และครั้งนี้จะกลับไปประเทศเพื่อคุยให้เพื่อนฟังว่ากีฬาที่หาชมได้ยากที่เมืองไทยและมีที่เดียวในโลกที่จ.ชัยภูมิ ได้ฟื้นคืนกับมาจัดแข่งให้ชมอีกครั้งแล้ว ที่จะแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่มีทั่วโลกมาก และจะชวนเพื่อนกลับมาดูอีกครั้งในปีต่อไปด้วย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend