ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สนช.ผ่าน "เอ็มโอยู" ไทย-จีน พัฒนารถไฟทางคู่

2.45K 0

รัฐสภา - 4 ธ.ค. 2557 - สนช.ผ่าน "เอ็มโอยู"ความร่วมมือไทย-จีนพัฒนารถไฟทางคู่ ประจิน ลั่น ไม่มอบสิทธิประโยชน์ในที่ดินสองข้างทางรถไฟให้จีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 2565 โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยที่ขอให้สนช.พิจารณาให้ความเห็นชอบนั้นมี 2 เส้นทางคือ โครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) เส้นทางหนองคาย - โคราช - แก่งคอย - มาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย - กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าวจะมีการใช้พื้นที่ ใช้ทรัพยากร ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคง กระทบเศรษฐกิจ ซึ่งเข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 23 ที่ระบุว่าต้องผ่านความเห็นชอบจากสนช. รัฐบาลจึงเสนอร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสนช.เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนที่ทั้ง 2 ประเทศจะลงนามในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวถือเป็นโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้ความร่วมมือแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ฝ่ายจีนจะรับผิดชอบในการก่อสร้างและพัฒนาระบบรถไฟ ส่วนฝ่ายไทยจะให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนของการเตรียมโครงการ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและพยายามให้เริ่มมีการก่อสร้างในปี 2559 ในการประเมินมูลค่าโครงการให้เป็นการหารือระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งให้องค์กรที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นผู้ประเมิน และทั้ง 2 ฝ่ายจะพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับรูปแบบความร่วมมือของโครงการต่อไป

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมกันขึ้นใหม่ชุดหนึ่งเพื่อกำกับดูแลการดำเนินการตามข้อบันทึกความเข้าใจ สำหรับไทยนั้นให้รมว.คมนาคมเป็นประธานร่วม ส่วนจีนให้ผอ.คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ(National Development and Reform Council)เป็นประธานร่วม โดยการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศคู่ภาคี ในกรณีที่สาระสำคัญของบันทึกขัดหรือแย้งกับบันทึกความเข้าใจใดๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ลงนามระหว่างปี 2554-2556 ให้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีผลเหนือกว่า และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ลงนาม และมีผลบังคับใช้5 ปี ด้านนายมณเฑียร บุญตัน สนช. ลุกขึ้นอภิปรายว่า ร่างบันทึกความเข้าใจนี้เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย เป็นการสร้างความเจริญก้าวหน้าทางโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศ ที่สำคัญคือ การดำเนินการโครงการต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ให้เป็นขนส่งมวลชน หมายความว่าประชาชนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงบริการนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนปกติหรือคนพิการ ดังนั้นการออกแบบก่อสร้าง จัดซื้อตัวรถ สร้างราง ระบบซื้อตั๋ว ต้องออกแบบให้เป็นสากลเพื่อผู้คนทุกระดับรวมถึงคนพิการที่จะสามารถใช้บริการได้ ตนขอสนับสนุนร่างดังกล่าว

นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ สนช. อภิปรายว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุสูงสุดจากการใช้การขนส่งทางบก และการขนส่งทางรางนั้นถูกกว่าการขนส่งทางถนน 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรัฐจะต้องส่งเสริมระบบราง การมีระบบรางที่ทันสมัยจะลดค่าโลจีสติกส์ลง ซึ่งในยุโรปค่าโลจีสติกส์ 7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สหรัฐอเมริกา 8 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี สิงคโปร์ 8 เปอร์เซ็นต์จีดีพี มาเลเซีย 13 เปอร์เซ็นต์ แต่ของประเทศไทยสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการแข่งขันในระดับอาเซียนเราจึงไม่สามารถเทียบกับมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ เหลือเพียงประเทศไทยที่ระบบรางคู่ยังไม่เกิดขึ้น ตนใฝ่ฝันที่จะให้เกิดขึ้น ซึ่งรัฐมนตรีได้ทำสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในประเทศ เรื่องนี้จึงสมควรสนับสนุน เพราะลดค่าโลจิสติกส์ อุบัติเหตุทางถนน มลพิษ และสร้างความสะดวกสบายอีกด้วย

ขณะที่พล.อ.อ.ไพศาล สีตะบุตร สนช. อภิปรายว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวคสช.มีมติเมื่อเดือนก.ค.57 เห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าว ส่วนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์คือ เป็นการสร้างรากฐานความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ ความปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่ง และสร้างโอกาสสำหรับการใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเป็นประชาคมอาเซียน และเป็นการเริ่มต้นการพัฒนารถไฟรางคู่ แต่ตนมีข้อสังเกตคือ 1.ต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงผลกระทบต่อประชาชน การประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ เพราะคนลงทุนจากต่างประเทศ 2.มีโอกาสที่จะเปิดให้เอกชนบริหารจัดการได้หรือไม่ 3.เนื่องจากโครงการมีมูลค่าการลงทุนสูง จะต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้ และ4.ให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีของผู้ชำนาญการต่างประเทศเพื่อพัฒนาบุคลากรของไทย

พล.อ.อ.ประจิน ได้ลุกขึ้นชี้แจงด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการเดินรถไฟมาช้านาน ทั้งเรื่องอายุของรถ ราง และระบบการเดินรถ ที่ทำให้มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้การเดินทางใช้เวลามากเกินไป ดังนั้นโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการขนส่งระบบราง ทั้งเรื่องระบบการบริการ ความปลอดภัย และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โครงการนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการเชื่อมจีนกับอาเซียนซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอน ขอยืนยันว่าจะไม่มีการมอบสิทธิประโยชน์เรื่องที่ดินสองข้างทางรถไฟให้กับประเทศจีน เราจะดูแลโครงการนี้ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งเมื่อผ่านการเห็นชอบจากสนช.แล้วเชื่อว่าจะมีการลงนามของทั้ง 2 ฝ่ายในเร็วๆ นี้ จากนั้นจะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ เชื่อว่าภายในเดือนม.ค.-ก.พ.จะสามารถลงพื้นที่สำรวจรวมถึงพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ได้ ส่วนจะใช้การร่วมลงทุนตามพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ หรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 187 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 7 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศและการดำเนินการตาม FATCA ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 158 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง และงดออกเสียง 20 เสียง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend