ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

รวบอีก 2 แก๊ง "พงศพัฒน์" รับจ้างอุ้ม-เคลียร์หนี้

2.35K 1

" ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. " แถลงรวบอีก 2 คนร้าย แก๊ง "พงศพัฒน์ ฉายาพันธุ์" รับจ้างอุ้มเสี่ย-เคลียร์หนี้ พร้อมเตือนให้ รอง ผกก.6.บก.ป. ที่ยังหลบหนีให้รีบเข้ามอบตัว เพราะหวั่นเกิดอันตราย ยืนยันผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ ยังไม่มีการเสนอถอดยศ

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6  , พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2  , พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลปะ ผบก.น.5 , พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.บก.น.5 , พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยสามารจับกุมตัว นายชลัช โพธิราช ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ที่ 128/2557 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 และนายณัฐนันท์ ทานะเวช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ที่ 132/2557 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 ในฐานความผิด ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือยอมจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำนนต่อสิ่งนั้นโดยมีอาวุธ โดยร่วมกระทำความผิดกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ทั้งนี้ สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายแก๊งนี้สืบ เนื่องจากวันที่ 23 มิถุนายน 2557 เวลา 14.00 น. บริเวณทางเข้าออกคอนโดริเวอร์เฮฟเว่น ถ.เจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ นายชลัช โพธิราช ผู้ต้องหาได้ร่วมกับ นายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้แล้วและพวก ได้รับการว่าจ้างจากนายนพพร ศุภพิพฒน์ ลูกหนี้ ให้ไปเชิญตัวนายบัณฑิต โชติวิทยะกุล เจ้าหนี้ เพื่อพูดคุยเจรจาประนอมหนี้จำนวน 120 ล้านบาท ให้ลดลงเหลือ 20 ล้านบาท แต่มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์  และขัดขวางไม่ยอมให้พาตัวไป  และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่พบว่ามีอาวุธปืน จึงเชิญตัวไปโรงพัก หลังจากนั้นลูกหนี้ ได้พูดคุยตกลงกลับเจ้าหนี้ โดยไปพูดคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล โดยจะแบ่งเงินให้ 10% จากยอดที่ลดหนี้ได้ 

นายชลัช หนึ่งในห้าผู้ต้องหาที่ติดต่อเข้ามอบตัว กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเป็นคนขับรถตู้ ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากนายชากานต์ ภาคภูมิ ที่เป็นเจ้านายให้ไปเชิญตัวเจ้าหนี้มาพูดคุยประนอมหนี้ การไปเชิญตัวในวันนั้นได้รับค่าจ้าง 4,000 บาทต่อคน ส่วนเจ้านายจะพูดคุยเรื่องอะไรนั้น ตนไม่ทราบ ตนรู้จักกับนายชากานต์ เพราะตอนนั้นตนว่างงาน  นายชากานต์ จึงหางานให้ โดยทำงานมาได้ปีกว่า และนายชากานต์ หางานให้ขับรถได้รับค่าจ้าง เดือนละ 8,000 บาท ทำมาสองครั้ง  ครั้งที่สองให้ขับรถไปรับคนบริเวณวัดศรีเอี่ยม แต่คนที่ไปรับไม่มา ตอนนี้เรื่องใหญ่โดนออกหมายเรียก ผมเลยกลัวจึงติดต่อขอเข้ามอบตัว ส่วนนายณัฐนันท์ ผู้ต้องหาอีกคนกล่าวว่า ตนทำหน้าที่รับส่งเอกสารเท่านั้น

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในทีมของการทวงหนี้ โดยเหตุเกิดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร มีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องอีก 5 คน ได้ออกหมายจับแล้ว และจับกุมเพิ่มได้อีก 2 คน โดยทีมงานสืบสวนของนครบาล 5  ซึ่งจับได้ที่บ้านของนายชลัช ย่านดินแดง ซึ่งได้ประสานกับพ่อแม่ของนายชลัชไว้ ผู้ต้องหาที่เหลือในคดีนี้ ได้มีบางรายติดต่อเข้ามาแล้ว 

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของพ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6.บก.ป. นรต. รุ่น 49 ที่ได้เรียกตัวมาสอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อมา เพราะอาจกลัวและหลบหนี ขอแจ้งไปยังท่านรองทรงรักษ์ ให้เข้ามาติดต่อมอบตัว  ถ้าหลบหนีไปเกรงว่าจะเกิดอันตราย ให้รีบเข้ามาคุยกัน มาพบผู้บังคับบัญชาที่ท่านไว้ใจ หรือติดต่อมาที่ผมก็ได้ ที่ตกใจก็น่าจะกลัวที่มีส่วนรู้เห็นเรื่องของเส้นทางการส่งผลประโยชน์ของกระบวนการนี้  ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไร เพราะเราเคยคุมกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอจะเรียกมาสอบเพิ่มก็ไม่มา ก็ถือว่าไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่มาภายใน 15 วัน นับจากวันแจ้งความ ก็จะมีโทษทางวินัยคือขาดราชการ เกิน 15 วัน  ถ้าขาดแล้วไม่มีเหตุอันควร ก็จะให้ถูกออกจากราชการ

ส่วนเรื่องการถอดยศของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ยังไม่ได้เริ่มต้น ยังอยู่ในช่วงของคณะกรรมการ คงต้องเป็นไปตามสำนวนว่า มีการดำเนินการไปถึงไหน แต่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. ยังไม่ได้สั้งตั้งคณะกรรมการ จะไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังจากนั้นจะมีคณะกรรมการพิจารณา ซึ่งมีอยู่ 3-4 เงื่อนไข ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกก็อยู่ในข่ายที่ถอดยศ  และจะต้องดูอีกสองสามเงื่อนไขว่า ตรงกับเงื่อนไขใด ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณา  เบื้องต้นบุคคลทั้งสอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร พร้อมด้วยพล.ต.ท.ศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านตลิ่งชัน ซึ่งได้มีการพูดคุยตกลงกัน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาไปควบคุมตัวไว้ที่ สน.วัดพระยาไกร  


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend