ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

เรือรบฟริเกตเมียนมาร์ เยือนฐานทัพเรือสัตหีบ

4.85K 3.09K

เรือรบฟริเกตของเมียนมาร์ เดินทางเยือนฐานทัพเรือสัตหีบเป็นครั้งแรก แสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นของกองทัพเรือไทย-เมียนมาร์

เรือรบฟริเกต ประเทศเมียนมาร์ เดินทางเยือนฐานทัพเรือสัตหีบเป็นครั้งแรกแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย - เมียนมาร์ ที่แนบแน่นที่สุดในประวัติศาสตร์ ของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยนั้นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์มาถึงจุดนี้ได้ก็คือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

เรือรบของเมียนมาร์ลำนี้อยู่ในชั้น ฟริเกต มีพลจัตวา เท หน่าย เป็นผู้บังคับหมู่เรือ นาวาโท คิน ซอ เป็นผู้บังคับการเรือ กำลังพลประจำเรือ 114 นาย ยาว 103.33 เมตร กว้าง 10.8 เมตร กินน้ำลึก 3.4 เมตร ระวางขับน้ำ 1,424 ตัน เป็นเรือชั้นเดียวกับกับเรือรบหลวงเจ้าพระยาของไทย โดยเรือฟริเกตของพม่าลำนี้ต่อจากประเทศจีน อยู่ในชั้นเจียงหู 2 ติดจรวด นำวิถี ประเทศเมียนมาร์ขึ้นระวางประจำการเมื่อต้นปีนี้

เรือฟริเกตเป็นกำลังรบหลักของกองทัพเรือทั่วโลก ซึ่งก็รวมทั้งไทยเพราะมีความคล่องตัวสูง มีขนาดเล็กกว่าเรือประจัญบาน (Battleship) และเรือพิฆาต ที่มีระวางขับน้ำากกว่าการจัดชั้นของเรือรบนั้น ถ้าไม่นับเรือบรรทุกเครื่องบิน จะใช้ขนาดหรือระวางขับน้ำเป็นตัววัด เริ่มจากเรือประจัญบานที่มีขนาดใหญ่มีอาวุธที่ยิงได้ระยะไกล โจมตีได้ทั้งน้ำ อากาศและฝั่ง ถัดมาคือเรือพิฆาต ที่มีระวางขับอยู่ที่ 10,000 ตัน ติดอาวุธคล้ายกัน ถัดมาคือเรือฟริเกต ที่ระวางขับน้ำอยู่ประมาณ 2,000-4,000 ตัน มีความคล่องตัวสูง การติดตั้งอาวุธก็แล้วแต่ภาระกิจ อย่างของไทยก็มีทั้งอาวุธปราบเรือดำน้ำ ต่อสู้กับเรือรบข้าศึก หรือบางลำมีอาวุธที่สามารถยิงเครื่องบินรบได้

ขนาดย่อมลงมาอีกคือเรือ คอร์เวตต์ ใช้ลาดตระเวณไม่ไกลจากฝั่งมากนัก ติดอาวุธตามภารกิจ ของไทยก็มีประจำการอยู่ เรือรบขนาดย่อมกว่านี้ที่ไทยเรามี เราเรียกว่า เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง หรือ โอพีวี (Off-Shore Patrol Vessel ) ที่เราเพิ่งต่อเสร็จเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ก็คือ เรือหลวงปัตตานี ปกติติดอาวุธเป็นปืนใหญ่ประจำเรือ แต่ก็สามารถติดอาวุธอื่นเพิ่มได้แล้วแต่ภารกิจ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend