ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

คลังถก "หม่อมอุ๋ย" เตรียมคลอด "นาโนไฟแนนซ์"

5.76K 7

รัฐมนตรีคลัง หารือ "หม่อมอุ๋ย" บ่ายสามวันนี้ เตรียมออกสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หากเห็นชอบดำเนินการทันที

ยอมรับว่าขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อยู่ในภาวะเงินฝืด เนื่องจากคนมีรายได้น้อย ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้จ่าย ส่วนคนที่มีรายได้มาก ก็ไม่อยากจะลงทุน หรือใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้ทุกอย่างอยู่ในภาวะนิ่งไปหมด

สมหมาย ภาษี รัฐมนตรีคลัง บอกว่า โครงการการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano-Finance) ให้กับประชาชนในวงเงินไม่เกิน 100,000 - 120,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 36 ต่อปี จะให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีกี่รายให้ความสนใจเข้าร่วม แต่รัฐบาลจะเป็นผู้รับรองในการดำเนินกิจการให้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดจะมีการเสนอเพื่อหารือกับ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ให้เห็นชอบในหลักเกณฑ์วันนี้เวลา 15.00น. 

โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าว จะไม่เป็นการเพิ่มปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนให้กับประชาชน แต่จะเป็นการทดแทนหนี้ครัวเรือน ในส่วนที่เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ในส่วนนี้ดีขึ้น ซึ่งหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นไม่ได้เกิดจากการกู้เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหลาย ๆ ส่วน จึงต้องลงไปดูในรายละเอียด

นาโนไฟแนนซ์ ...

เครื่องมือที่เรียกว่า "นาโนไฟแนนซ์" หรือบริษัทสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย (มาก) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับคนที่เข้าถึงสินเชื่อทั่วไปไม่ค่อยได้ (จะเรียก ซับไพร์ม แบบอเมริกาก็คงไม่ผิดอะไร) ซึ่งปัจจุบันถูกขูดเลือดขูดเนื้อจากภาวะหนี้นอกระบบอย่างแสนสาหัสฟังดูโดยหลักการแล้ว ก็ถือเป็นหลักการทั่วไป ไม่มีอะไรเสียหาย

- ให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค- อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี (คิดกลมๆก็ตกประมาณ 3% ต่อเดือน) ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่ระดับ 24-28% ต่อปีในปัจจุบัน- ปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อลูกค้าหนึ่งราย และปล่อยกู้ได้เฉพาะในเขตจังหวัด หรือพื้นที่ตัวเอง- บริษัทที่ปล่อยกู้ห้ามระดมเงินฝาก ต้องปล่อยกู้โดยใช้เงินตัวเอง

หากมองในด้านดี นี่คือโอกาสที่คนทำมาหากินจะเข้าถึงสินเชื่อในระดับที่ดีกว่าการกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก และทำได้แค่ผ่อนดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ อย่างไร้อนาคต

สุดท้ายแล้ว "สินเชื่อ" ก็เป็นเพียงเครื่องมือซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าผู้กู้จะนำมันไปใช้สร้างความมั่งคั่งร่ำรวย หรือสร้างความยากจนให้กับตัวเอง

กลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ... ยังไง "ความฉลาดทางการเงิน" ก็คงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ครับ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend