ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

คาดกฤษฏีกาผ่านร่างภาษีมรดกใน ต.ค. นี้

766 0

กรมสรรพากร คาดร่างภาษีมรดกจะผ่านการพิจารณาในชั้นกฤษฎีกาเร็วสุดภายในเดือนนี้ ยันจะเป็นร่างกฎหมายที่มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมเผยผลปิดหีบจัดเก็บรายได้ปีงบ 57 ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 1.6 แสนล้านบาท คาดแนวโน้มจัดเก็บปีงบ 58 ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างภาษีมรดกว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาใกล้ที่จะพิจารณาแล้วเสร็จ และคาดจะส่งร่างฉบับสมบูรณ์กลับมายังกรมสรรพากรได้อย่างเร็วภายในเดือน ต.ค.นี้ หรืออย่างช้าภายในเดือน พ.ย.จากนั้นกรมสรรพากรจะเสนอให้กระทรวงการคลัง ส่งให้ ครม.และสภานิติบัญญัติพิจารณาเป็นลำดับถัดไป 

การพิจาณาร่างภาษีมรดก จะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยพยายามปิดทุกช่องโหว่ให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีได้ยาก โดยเฉพาะในส่วนของการให้ทรัพย์สินโดยธรรมจรรยา ซึ่งกำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรว่า การให้ในลักษณะดังกล่าวจะไม่เสียภาษีทุกกรณี ซึ่งกรมสรรพากร จะมีการแก้ไขประมวลในประเด็นดังกล่าว เพื่อกำหนดกรอบที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมรดก

ส่วนกรณีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี รวมถึงนักวิชาการ ออกมาให้ความเห็นในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย พร้อมแนะนำแนวทางในการหลีกเลี่ยงภาษีดังกล่าว เขากล่าวว่า ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในชั้นของการพิจารณารายละเอียด การออกมาแสดงความเห็นจึงเป็นลักษณะการให้ความเป็นแบบผู้เดา แต่หากผู้ที่มีทรัพย์สินจะต้องการหลีกเลี่ยงภาษีดังกล่าวในช่วงนี้ก็สามารถทำได้ เพราะถือว่า กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้มีผลบังคับใช้

"ใครที่จะซื้อจะขาย หรือ จะโอนทรัพย์สินในช่วงนี้ ก็ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เช่น จะโอนที่ดิน หรือ โยกย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศ แต่หากกฎหมายออกมาแล้ว ทุกคนก็ต้องอยู่ในระบบกฎหมายตามปกติ" นายประงสงค์ กล่าว 

ในร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะให้เวลา 3 เดือนในการปรับตัวของผู้รับมรดกที่จะเสียภาษี ในระหว่างนั้น กรมฯจะได้ออกกฎหมายลูก เพื่อระบุถึงแนวทางการลดหย่อนภาษีในกรณีต่างๆ

นอกจากนี้ นายประสงค์ ยังกล่าวถึงผลการจัดเก็บรายได้ของกรมฯในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งปิดหีบการจัดเก็บไปเมื่อสิ้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมฯต่ำกว่าเป้าหมายจำนวน 1.6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 6.9 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นการจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมายในรอบหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2558  นายประสงค์ คาดว่า จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้งบประมาณไหลเข้าสู่ระบบ เกิดการจ้างงานและลงทุน ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่น ทำให้การบริโภคภายในประเทศดีขึ้นส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเราได้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา 

"ปีงบ 57 ที่ผ่านมา การจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มโดยรวมขยายตัวแค่ 2% เทียบกับปีก่อน ถือว่าต่ำมาก แต่ปีนี้คิดว่า น่าจะดีขึ้น ส่วนจะเห็นการขยายตัวเป็นสองหลักเหมือนภาวะปกติของการจัดเก็บรายได้ในระยะที่ผ่านมาหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน" นายประสงค์ กล่าว

ส่วนแนวนโยบายในการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร ระยะจากนี้ไป ยังยึดหลักที่จะให้มีการจัดเก็บรายได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่รีดภาษีที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน เน้นให้บริการที่เป็นมิตรแก่ผู้เสียภาษีในทุกกลุ่มให้มากขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง กรณีการจัดเก็บภาษีในกลุ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ส ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีผู้ประกอบการมากขึ้น ในกลุ่มนี้ก็จะพยายามสร้างความเข้าใจในการเสียภาษีอย่างถูกต้องให้มากขึ้น

"เราจะเน้นให้ความรู้ในการเสียภาษีที่ถูกต้องแก่ผู้ค้าขายผ่านระบบดังกล่าว หากเขาเสียภาษีอย่างถูกต้องแล้ว ธุรกิจเขาก็จะเติบโตได้มากขึ้น เพราะการค้าขายผ่านระบบดังกล่าว ถือว่า เป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศได้มากขึ้น หากผู้เสียภาษีอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้อง จะได้รับความเชื่อถือจากผู้ซื้อมากขึ้น" นายประสงค์ กล่าว

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าวเข้ามาอยู่ในระบบภาษีแล้วส่วนหนึ่ง ขณะที่บางส่วนไม่อยู่เพราะไม่รู้และรายได้ไม่ถึง ได้จัดสัมมนาให้ความรู้เป็นรอบๆ โดยครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 20 ต.ค.นี้ พร้อมกับจัดเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีอย่างง่าย ให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวด้วย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend