ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เหยื่อโดนยัดข้อหาค้ากาม ร้องทุกข์สื่อหลังติดคุกนาน 6 ปี

2.21K 13
เหยื่อโดนยัดข้อหาค้ากาม ร้องทุกข์สื่อหลังติดคุกนาน 6 ปี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 1 ส.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พา นายวรพจน์ พิทยธนากุล อดีตนักธุรกิจและเจ้าของกิจการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งเคยตกเป็นจำเลยคดีค้ามนุษย์ เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนประจำ บก.ป.โดยอ้างว่าถูกพนักงานสอบสวน บก.ปดส.(ในขณะนั้น) ปัจจุบันยุบหน่วยงานดังกล่าวไปแล้ว กลั่นแกล้งให้ต้องได้รับโทษทางอาญา โดยร่วมกับพนักงานอัยการ สร้างหลักฐานเท็จ จงใจเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์

นายวรพจน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2551 พนักงานสอบสวน บก.ปดส.ยศ พ.ต.ท.นายหนึ่ง สอบสวนดำเนินคดีกับตนในข้อหาค้ามนุษย์ ทั้งที่ผู้ต้องหาตัวจริง คือ นายราเชนทร์ นิสารัตนาพร ซึ่งมีการให้ผู้เสียสเก็ตช์ภาพไว้และมีการสอบปากคำไว้ตั้งแต่แรก โดยตนก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้เป็นผุ้กระทำความผิด แต่พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว กลับยังคงดำเนินคดีกับตน มีการพาผู้เสียหายมาชี้ตัว และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังร่วมกับพนักงานอัยการ สั่งฟ้องคดีต่อศาล

นายวรพจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับมูลเหตุที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหา นั้น คาดว่าจะมาจากกรณีที่บุตรชายตน ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ในประเทศอังกฤษ และเปิดเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีการส่งเรื่องกลับมาที่ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ น.ส.นิ่ม (นามสมมติ) ถูกทางการอังกฤษ จับกุมตัวหลังจากลักลอบค้าประเวณี ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย ต่อมา น.ส.นิ่ม ได้แจ้งความไว้ที่ บก.ปดส.ให้ดำเนินคดีกับนายราเชนทร์ กับพวก รวม 6 คน ทั้งๆ ที่ พนักงานสอบสวนรู้ดีว่าไม่มีชื่อตน แต่กลับจงใจเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา จากการถูกพิจารณาคดีดังกล่าวตลอด 6 ปี ชีวิตต้องสูญเสียทุกอย่างจนหมดสิ้น

ที่ผ่านมา ผมกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ถูกตราหน้าว่าเป็นเฒ่าหัวงู ทั้งที่ไม่ได้กระทำผิดใดๆ และที่สุดก็ได้รับความเมตตาจากศาลทั้งศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีคำพิพากษายกฟ้อง เป็นเวลาประมาณกว่า 1 ปี โดยที่อัยการไม่มีหลักฐานใหม่ที่จะยื่นฎีกา ทำให้คดีนี้สิ้นสุดลง ผมก็ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการที่ทำคดี ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ นายวรพจน์ กล่าว

ขณะที่ นายอัจฉริยะ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น อยากร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายรายนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่สามารถทำงานอะไรได้เพราะมีประวัติอาชญากรที่ยังไม่ได้ถูกลบออก อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะพาผู้เสียหายเข้าพบ พล.ต.อ.เอก เอกอังสนานนท์ รองผบ.ตร.เพื่อร้องทุกข์และขอให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend