ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564

บทพิสูจน์พลังใจ "โค้ชเช" น้องก้อย...แค่หมากตัวหนึ่ง

61.98K 37
บทพิสูจน์พลังใจ โค้ชเช   น้องก้อย...แค่หมากตัวหนึ่ง

กลายเป็นกระแสสังคมทันที กรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติ ดีกรีเหรียญทองแดงเอเชีย 2014 ออกมาแฉว่า ถูก "โค้ชเช" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย ชก-ต่อย เข้าที่ใบหน้าและท้องนับสิบครั้ง ในการแข่งขันเทควันโด รายการ "โคเรีย โอเพ่น" ที่เมืองกองจู ประเทศเกาหลีใต้

สาเหตุเกิดจาก รุ่งระวี ไม่พร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวลงแข่งขัน อาทิ ถุงมือ (ต้องไปยืมคนอื่น) และ บัตรไอดีการ์ด (วิ่งกลับไปเอามาทีหลังที่ซ้อม) จนทำให้คู่ต่อสู้ชาวเกาหลีใต้มายืนรอในสนามนานถึง 5 นาที แต่ก็ยังไม่ปรากฏตัวของ "น้องก้อย"

เลยทำให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชไทยต้องวิ่งกันวุ่น กว่าจะเอาตัวนักกีฬาคนนี้มาลงแข่งขันได้ แถมฟอร์มการเตะในวันนั้นของน้องก้อยก็ลุกลี้ลุกลน เพราะไม่มีความพร้อม จึงไม่มีสมาธิ ตื่นเต้นกับเกม ทำให้พ่ายแพ้แก่นักกีฬาเจ้าภาพไปขาดลอย 4-15 คะแนน ไม่ใช่ 6-12 ตามที่เป็นข่าว เล่นเอา "โค้ชเช" ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับไม่พอใจสาววัย 23 ปีคนนี้ จึงเรียกมาลงโทษต่อหน้าสตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬาทั้ง 18 คนทันที

แทนที่เรื่องดังกล่าวจะเป็น ปัญหาภายในแคมป์เทควันโดทีมชาติ หาก "น้องก้อย" อดทนอีกสักนิด หลังเดินทางกลับมาร้องเรียนไปยังผู้บริหารสมาคมที่มีสองคนคู่ คือ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคม และ "บิ๊กชา" ปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคม ในฐานะประธานคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติ ให้ทราบรายละเอียดทั้งหมด เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนหาความจริงในเรื่องนี้ก็ได้ หรือถ้าร้องเรียนแล้วสมาคมไม่จัดการค่อยมาแฉกันอีกที นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไม่ใช่ น้องก้อย ใช้อารมณ์ส่วนตัว โพสต์ข้อความไม่สุภาพ ลงในโลกสังคมออนไลน์เพื่อประจาน ผู้ฝึกสอน หรือ ครูบาอาจารย์ ของตัวเองว่า ใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ของตัวเองขนาดนั้น แถมยังมีการขู่จากพวก "บ่าวช่างยุ" หรือพวกประสงค์ออกนาม แต่ไม่ยอมเสนอตัวว่า จะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ถึงขนาดจะเดินทางไปร้องเรียน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ด้วยซ้ำไป ให้เอาเรื่อง "โค้ชจอมเฮี้ยบ" รายนี้ เพราะในโลกโซเชียลมีเดียได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ทุกคนต่างเห็นใจ "น้องก้อย" ขึ้นมาทันที หากถูกลงโทษรุนแรงขนาดนั้นใครจะรับได้!!

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดจากปาก รุ่งระวี และท่าทางต่างๆ ที่ออกมาในรายการดังทางช่อง 3 ที่เอาเรื่องนี้มาขยี้เละจนเป็น "ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์" ทำให้ทุกคนอยากรู้ความจริงว่า โค้ชเช ทำโทษนักกีฬารุนแรงถึงขนาดปวดกรามเชียวหรือ

แน่นอนว่า การค้นหาความจริงของสื่อมวลชนเพื่อต้องการได้ยินจากปาก รุ่งระวี ได้อุบัติขึ้น แต่ยิ่งวิ่งเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เพราะการนัดหมายถึง 3 ครั้ง 3 ครา เริ่มจากที่สนามบินสุวรรณภูมิ, ครั้งที่สอง ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และครั้งสุดท้าย "เสธ.โต" พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ อดีตประธานเตรียมทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในฐานะประธานสอบสวนเรื่องนี้ เชิญตัวคู่กรณีมา ก็ไร้เงา "น้องก้อย" ปรากฏตัวต่อสาธารณชนถึงขนาด พล.ร.อ.สุรวุฒิ เลือดขึ้นหน้า บอกว่า หากเป็นสมัยก่อนตอนรับราชการผมเอาตาย!! การเรียกตัวมาในครั้งนี้ไม่ได้ชี้ว่าใครถูกหรือผิด แต่จะหาที่ยืนให้รุ่งระวีและครอบครัวในสังคม หลังมีกระแสหนาหูว่า เจ้าตัวไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด มีการใส่ร้ายป้ายสีเกินกว่าเหตุ

ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีอดีตโค้ชของรุ่งระวี จากสโมสรอาร์ดีซี ร้อนตัวออกมาอ้างว่า สาเหตุที่จะต้องออกมาเจอสื่อมวลชนแทนน้องก้อยนั้น เพราะตัวเขาเองถูกพาดพิงว่าคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง รู้สึกสงสารเห็นใจรุ่งระวีกับครอบครัวมากๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม และอยากให้ทุกอย่างยุติลง ก่อนจะเอาคลิปเสียงนักกีฬาสนทนาในเรื่องนี้หลังเกิดเหตุ และการแชทผ่านไลน์ของนักกีฬาคนหนึ่งให้นักข่าวได้รับทราบ (เฮ่อ!! แล้วแบบนี้มันจะจบลงอย่างไรล่ะ)

กระทั่งการกลับมาของ "เช ยอง ซอก" เมื่อค่ำคืนวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์กระแสความนิยมในตัวโค้ชแดนกิมจิรายนี้ เพราะมีบรรดาแฟนคลับทุกเพศทุกวัยต่างไปให้กำลังใจโค้ชเชนับพันคน จนสนามบินแทบแตก ก่อนที่ "โค้ชเช" จะมาแถลงความจริงต่อสังคมไทยว่า

"ผมไม่ได้ทำร้ายก้อย แต่เป็นการทำโทษแบบปรกติ ให้นักกีฬามีระเบียบวินัยดีขึ้น เพราะก้อยเป็นหนึ่งในนักกีฬาความหวังที่มีโอกาสไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่อินชอน หากเขาทำผิดแล้วเราไม่ตักเตือนหรือลงโทษก็จะทำให้มีอิทธิพลกับนักกีฬาคนอื่นๆ ที่เหลือ ยิ่งไปกว่านั้นนักกีฬาทุกคนคือ ลูกชายและลูกสาวของตัวเอง ผมเป็นโค้ชจะทำร้ายลูกตัวเองได้อย่างไร สมัยก่อนเคยลงโทษนักกีฬาที่ไร้ระเบียบวินัยและไม่ทุ่มเทเอาใจใส่มากกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่ทุกวันนี้ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว มีภรรยาและลูกชาย เรื่องแบบนี้ลดลงไปเยอะ" โค้ชเช เผยความรู้สึกให้รับทราบ

โค้ชเกาหลีใต้วัย 40 ปี ยังกล่าวอีกว่า ขอโทษทุกคนกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จนทำให้หลายคนเป็นห่วงไม่คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะรุนแรงขนาดนี้ ส่วนตัวรู้สึกสงสารและเห็นใจรุ่งระวีมิใช่น้อย เพราะเขายังมีอนาคตอีกไกล ที่สำคัญเด็กคนนี้มีความตั้งใจดีในการฟิตซ้อม จนเข้ามาติดทีมชาติได้เหรียญรางวัลในชิงแชมป์เอเชีย และกีฬามหาวิทยาลัยโลก แต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติของก้อยน้อยเกินไป ทำให้ไม่มีความพร้อมในการเตรียมอุปกรณ์ลงแข่งขัน

สาเหตุที่ต้องลงโทษนั้น เพื่อต้องการให้เขาจดจำและจะได้ไม่ทำแบบนี้อีก เพราะตัวก้อยมีชื่ออยู่ชุดเตรียมตัวไปอินชอนเกมส์ หากเรื่องนี้เราไม่อบรมสั่งสอนอาจเกิดข้อผิดพลาดในรายการต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น รุ่งระวีเพิ่งเข้ามาติดทีมชาติแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น จึงไม่เข้าใจระบบลงโทษของตน ทั้งที่จริงนักกีฬาส่วนใหญ่ติดทีมชาติมาตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงประชาชน จึงรู้และเข้าใจวิธีการลงโทษดีว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ที่สำคัญ หลังการทำโทษทุกครั้งก็จะเรียกนักกีฬามาพูดคุย เพื่ออธิบายความผิดต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับขอโทษและให้กำลังใจนักกีฬาทุกครั้งไปเพื่อสู้ต่อ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในวันนั้น ได้เรียกรุ่งระวีมาปรับความเข้าใจถึง 30 นาที พร้อมกับขอโทษและบอกว่า จะไม่ลงโทษแบบนี้อีก ซึ่งทางนักกีฬาเองก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ยืนยันว่าจะกลับไทยอย่างเดียว ตนเองได้ขอร้องเขาเอาไว้แล้วว่า มาด้วยกันเราต้องกลับพร้อมกัน แต่ทางก้อยไม่ยอมเชื่อฟัง บินกลับบ้านไป ก่อนเหตุการณ์ทั้งหมดจะลุกลามใหญ่โต และอยากให้เรื่องทั้งหมดยุติโดยเร็วเพื่อตั้งใจฝึกซ้อมต่อไป

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น หาก "น้องก้อย" ทบทวนให้ดีว่า ตนเองผิดจริงหรือไม่ พร้อมมีสติไม่ใช้อารมณ์พาไป คงไม่ต้องไปเป็น "เบี้ย" หรือ "หมาก" ตัวหนึ่งของคนบางกลุ่ม ที่คิดจ้องทำลาย พลังใจ "โค้ชเช" และ วงการเทควันโดไทย ให้เสียหายเช่นนี้!!


เรื่องโดย อภิชาติ ระวีวัฒน์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend