ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เยอรมนี เป็นแชมป์บอลโลก สมัย 4

902 0

มาริโอ เกิทเซ กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยนำ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เฉือน "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สมัยที่ 4 ไปครอง และเป็นทีมจากยุโรปทีมแรกที่ได้แชมป์บนแผ่นดินอเมริกาใต้ พร้อมรับโบนัสคนละ 12 ล้านบาท

ขณะที่ โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมเยอรมนียกลูกทีมสมควรได้แชมป์ หลังจากสร้างทีมชุดนี้มา 10 ปี ด้าน อเลฮานโดร ซาเบญา โค้ชอาร์เจนตินาเซ็งมีโอกาสยิงมากว่าแต่ทำไม่ได้ ส่วน ลิโอเนล เมสซี ขอแลกตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมกับแชมป์โลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก ที่บราซิล กลางดึกคืนวันที่ 13 กรกฎาคม เป็นการดวลแข้งรอบชิงชนะเลิศระหว่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แชมป์ 3 สมัย กับ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์ 2 สมัย ที่มาราคานา สเตเดี้ยม โดยทั้งคู่เคยเจอกันในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง หนแรก อาร์เจนตินา ชนะ 3-1 ในปี 1986 จากนั้นในปี 1990 เยอรมนี ชนะ 1-0 เกมนี้ เยอรมนี ต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน เมื่อ เซมี เคดิรา กองกลางเกิดบาดเจ็บขณะอบอุ่นร่างกาย ต้องส่ง คริสโตเฟอร์ คราเมอร์ ลมาแทน ส่วนแนวรุกใช้ มิโรสลาฟ โคลเซ กับ โธมัส มุลเลอร์ ส่วน อาร์เจนตินา มี ลีโอเนล เมสซี, กอนซาโล ฮิกัวอิน และ เอสเซเกล ลาเวซซี เล่นเกมรุก

เปิดฉากทั้งสองทีมเปิดเกมบุกแลกกัน อาร์เจนตินา มีโอกาสก่อน เมื่อ โทนี โครส โหม่งคืนหลังไปโดน ฮิกัวอิน ฉกไปแต่กองหน้าจากรีล มาดริด กับยิงหลุเสาออกไปในนาที 21 จากนั้นนาที 30 อาร์เจนตินา ชวดได้ประตูนำอีกครั้ง ในจังหวะที่ ลาเวซซี เปิดบอลให้ ฮีกัวอิน ชาร์จเข้าประตู แต่เป็นลูกล้ำหน้า ก่อนที่ เยอรมนี ต้องเปลี่ยนตัว เมื่อ คราเมอร์ ที่โดนอัดจนมึน ต้องส่ง อังเดร ชูร์เล ลงมาแทน นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเป็นโอกาสของเยอรมนีบ้างจากลูกเตะมุม เบเนดิกต์ โฮเวเดส โหม่งชนเสา ครบ 45 นาทีแรกยังเสมอ

ครึ่งหลัง อาร์เจนตินา ส่ง เซร์คิโอ "กุน" อเกโร ลงมาแทน ลาเวซซี และแค่ 2 นาที เกือบเป็นฝ่ายขึ้นนำ เมื่อ เมสซี หลุดกับดักล้ำหน้าได้ซัดแต่บอลหลุดเสาไกลออกไป นาที 81 เยอรมนี น่าจะได้ประตูเช่นกัน จากลูกที่ เมซุต โอซิล ไหลมาให้ โครส วิ่งมาซัดหลุดเสาไปอีก ก่อนที่ท้ายเกม โคลเซ โดนถอดออกไปแล้วให้ มาริโอ เกิทเซ ลงมาแทน จากนั้นไม่มีใครทำประตูเพิ่มได้ ครบ 90 นาที เสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาไปอีก 30 นาที

เปิดฉากต่อเวลาแค่นาทีแรก เกิทเซ ส่งต่อให้ ชูร์เล ได้ซัดบอลไปตรง เซร์คิโอ โรเมโร ทุบทิ้งออกไป จากนั้น มัทส์ ฮุมเมลส์ สกัดบอลพลาดไปเข้าทาง โรดริโก ปาลาซิโอ หลุดไปกระกบอลข้าม มานูเอล นอยเออร์ แต่หลุดออกหลังไปอีก มาถึงนาที 113 กลายเป็นเยอรมนี ที่ได้ประตูนำ 1-0 จากลูกที่ ชูร์เล เปิดบอลไปให้ เกิทเซ พักบอลก่อนวอลเลย์ลูกผ่าน โรเมโร เสียบเสาสองอย่างสวยงาม ช่วงเวลาที่เหลือ อาร์เจนตินา พยายามลุยใส่ แต่ทำประตูคืนไม่ได้ หมดเวลา เยอรมนี ชนะ 1-0 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ในรอบ 24 ปี หลังจากเคยทำได้ในปี 1954, 1974 และ 1990 รวมทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมจากยุโรป ทีมแรกที่มาได้แชมป์โลกบนแผ่นดินอเมริกาใต้ 


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend