ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เจ้าของไอจีหลอกขายกล้อง"ฟรุ้งฟริ้ง"มอบตัวอ้างถูกหลอกมาอีกต่อ

9.99K 56
เจ้าของไอจีหลอกขายกล้องฟรุ้งฟริ้งมอบตัวอ้างถูกหลอกมาอีกต่อ

ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) น.ส.พชรพรรณ สิปปวงศ์ หรือบาธ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านรังสิต ซึ่งถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงผู้เสียหายให้สั่งซื้อกล้องยี่ห้อคาสิโอ รุ่นซีอาร์ 1200 หรือ กล้องฟรุ้งฟริ้ง โดยกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.หลังจากถูกกลุ่มเสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้ทั้งที่ บก.ปคบ.และที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รวมมูลค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

น.ส.พชรพรรณ กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รู้จักกับคนที่ชื่อบลู ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล และนายรณฤทธิ์ ไทยพิพัฒน์ ผ่านทางไลน์และอินสตราแกรม หรือไอจี เนื่องจากสนใจที่จะสั่งซื้อกล้องรุ่นดังกล่าวกับทั้งสอง ที่เปิดหน้าร้านทางอินสตราแกรม เพราะมีราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาด ซึ่งครั้งแรกทั้งสองอ้างว่าเป็นแฟนกัน หลังจากติดต่อกันเรื่อยมา ทางคนที่ชื่อบลู ก็ชักชวนให้ร่วมทำธุรกิจขายกล้องดังกล่าว โดยจะให้ส่วนแบ่ง 20% โดยกล้องมีราคาขายตัวละ 10,500 บาท ถูกกว่าราคาในท้องตลาดกว่า 3,000 บาท ตนจะได้รับเงินส่วนแบ่ง 2,000 บาทต่อกล้อง 1 ตัว ส่วนจะได้ส่วนแบ่งมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะหาลูกค้าได้มากแค่ไหน

น.ส.พชรพรรณ กล่าวต่อว่า เมื่อสนใจจะทำธุรกิจนี้เพราะอยากหารายได้พิเศษอยู่แล้ว จึงตกลงใช้บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเมเจอร์รัชโยธิน ของตนในการรับโอนเงินจากลูกค้าที่ติดต่อสั่งซื้อกล้องและโอนเงินชำระค่าสินค้ามาให้ ที่ผ่านมา มีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อและโอนเงินมาให้ แต่ระหว่างที่รอรับสินค้า ก็ติดต่อกับคนที่ชื่อบลู ไม่ได้อีก โดยยังคงติดต่อได้เพียงแต่นายรณฤทธิ์ ซึ่งภายหลัง ยังบอกว่าเป็นแค่เพียงพี่น้องกับบลู ไม่ได้เป็นแฟนกัน และอ้างว่า สินค้าอยู่ระหว่างนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น จะทยอยส่งให้ลูกค้าภายในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่แล้วกลับยังไม่มีสินค้ามาส่งแต่อย่างใด

"หนูไม่ได้มีเจตนาจะหลอกลวง ฉ้อโกงลูกค้าที่สั่งซื้อกล้อง เพราะหนูเอง ก็ถูกเขาหลอกขาย และชักชวนให้ร่วมทำธุรกิจ โดยเปิดบัญชีธนาคารไว้รองรับการโอนเงินสั่งซื้อกล้องจากลูกค้า ซึ่งทุกครั้งก็จะโอนเงินผ่านไปยังบัญชีธนาคารของนายรณฤทธิ์ จนเหลือยอดเงินเล็กน้อย ก็ไม่คิดว่าเขาจะโกหกและทำแบบนี้ ที่ผ่านมา ก็เคยทำธุรกิจขายฟิล์มกันน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยขายผ่านทางไลน์ ได้กำไรไม่มากมายอะไร ก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ได้ทยอยคืนเงินเท่าที่มีอยู่ประมาณ 9.6 แสนบาท ให้กับลูกค้าที่โอนเงินมาแล้ว แต่ยอดเงินส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่นายรณฤทธิ์ จึงมาพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอต่อสู้คดีต่อไป" .ส.พชรพรรณ กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend