ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ประกันไม่จ่ายหากเรือล่มเพราะถูกดัดแปลง

2.83K 34

การค้นหาผู้สูญหายในอุบัติเหตุเรือล่มในเกาหลีใต้ยังดำเนินต่อไปท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ทำให้มีประดาน้ำเริ่มล้มป่วย

ขณะที่การสอบสวนสาเหตุเรือล่มพุ่งเป้าประเด็นการดัดแปลงเรือ ทำให้วิตกว่าบริษัทประกันภัยอาจไม่จ่ายเงิดชดเชย หากการดัดแปลงเรือเป็นสาเหตุทำให้เรือล่ม

นักประดาน้ำเกาหลีใต้ ที่ปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากอุบัติเหตุเรือเซวอลอับปาง ได้พบศพเพิ่มอีก 5 ศพวันนี้ ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 226 คน ขณะที่มีความวิตกว่า กระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน และอาจพัดพาเอาศพออกไปจากจุดที่เรือล่ม ขณะที่ยังเหลือผู้สูญหายอีก 76 คน และวิตกว่าอาจจะไม่สามารถกู้ศพผู้สูญหายได้ทั้งหมด เพราะเริ่มพบศพลอยห่างออกจากจุดเกิดเหตุราว 4 กิโลเมตร และเมื่อ 2 วันก่อน ก็พบอีก 1 ศพ ห่างออกไป 2 กิโลเมตร 

ปฏิบัติการค้นหาของวันนี้ นักประดาน้ำทั้งของยามฝั่งและพลเรือน มุ่งเน้นไปที่ส่วนซ้ายกลางของชั้นที่ 4 และชั้นที่ 5 ที่ยังถูกสำรวจไม่ทั่วถึง ขณะที่ส่วนกราบซ้ายของเรือสัมผัสกับก้นทะเล ขณะเดียวกัน การเกิดน้ำขึ้นลงสูงสุด หรือ น้ำเกิด ก็มีส่วนให้กระแสน้ำเชี่ยวกราก ที่อาจทำให้นักประดาน้ำไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้

และมีรายงานด้วยว่า นักประดาน้ำพลเรือนคนหนึ่งที่ร่วมปฏิบัติการค้นหา ต้องเข้าโรงพยาบาล หลังจากหมดสติหลังจากขึ้นจากน้ำ และแม้ว่าเขาจะฟื้นแล้ว แต่ก็ยังมีอาการปวดศีรษะรุนแรง และปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคน ที่ต้องทำหน้าที่อยู่ท่ามกลางน้ำเย็นจัดและมืด 

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า บรรดาบริษัทประกัน อาจไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในอุบัติเหตุครั้งนี้เนื่องจากเรือมีการดัดแปลง จนอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเกิดโศกนาฎรรม โดยกรณีเมื่อปี 2555 ศาลแขวงในกรุงโซล ตัดสินให้บริษัทประกัน ดองบู ไม่ต้องจ่ายเงินประกันให้กับบริษัทซุค ชุง เอ็นจิเนียริ่ง กรณีเรือ ซุค ชุง 36 อับปาง นอกชายฝั่งเมืองอันซาน หลังพบว่า เรือลำนี้มีอายุ 29 ปีแล้ว และบริษัทซุค ชุง ซื้อมาจากญี่ปุ่น ก่อนนำมาดัดแปลงทำให้น้ำหนักเรือเพิ่มอีกกว่า 500 ตัน ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาเดียวกับเรือเซวอล ที่เชื่อว่า การต่อเติมใหม่ ทำให้เรืออับปางเพราะเสียการทรงตัว 

สำนักข่าวยนฮัพ รายงานว่า เซวอลทำประกันไว้กับบริษัท เมอริซ ไฟร์ แอนด์ มารีน และสมาคมชิปปิ้งเกาหลี เป็นเงินประมาณ 1 หมื่น 1 พันล้านวอน 

ส่วนความคืบหน้าของการสืบสวน พบว่า ตรวจพบปัญหาการรัดสินค้าภายในลำเรือ เพราะไม่ได้ใช้สลักเกลียวสำหรับเกาะยึดตู้สินค้าไม่ให้เคลื่อนที่ แต่ใช้แค่เชือกกับอุปกรณ์อีกชิ้นที่ไม่สามารยึดสินค้าบนเรือได้แน่นหนาพอ และอาจมีส่วนให้เรือล่มเมื่อเรือเลี้ยวและตู้สินค้าอาจไหลไปรวมกันทำให้เรือเสียสมดุล


เรื่องโดย Nation Channel | ภาพโดย ์Nationchannel
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend