ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กัปตันเรือเกาหลีใต้ถูกจับ

641 0

กัปตันและลูกเรืออีก 2 คนของเรือโดยสารเกาหลีใต้ถูกจับกุมตัวแล้ว โดยกัปตันถูกตั้ง 5 ข้อหาที่มีส่วนทำให้เรืออัปปางเมื่อวันพุธ หนีออกจากเรือก่อนผู้โดยสารและไม่รีบพยพผู้โดยสารอย่างรวดเร็วก่อนเรือล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32คนและยังสูญหาย 270 คน ส่วนบริษัทเจ้าของเรือเคยมีปัญหาอุบัติเหตุทางเรือหลายครั้ง

นาย ลี จุน-ซก วัย 69 ปี กัปตันของเรือโดยสาร เซโวล และลูกเรืออีก 2 คนที่อยู่ในห้องควบคุมเรือถูกจับกุมตัวแล้วในเช้าวันนี้ โดยกัปตันถูกตั้ง 5 ข้อหาเช่น ละทิ้งหน้าที่ ประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย ไม่พยายามขอความช่วยเหลือจากเรืออื่น และละเมิดกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัยทางทะเล และข้อหาเหล่านี้จะสะท้อนถึงแนวทางการสอบสวนสู่การหาสาเหตุที่ทำให้เรืออัปปางขณะเดินทางออกจากเมืองอินชอนเพื่อไปยังเกาะเชจู โดยเรือล่มห่างจากชายฝั่งเกาะชินโดราว 20 กม

อัยการระบุว่า กัปตันและลูกเรือหนีออกจากเรือ ไม่ได้พยายามบังคับเรือด้วยความระมัดระวัง โดยไม่พยายามชะลอความเร็วขณะเรือแล่นไปในเส้นทางที่แคบและยังหันเลี้ยวทำมุมมากเกินไป นอกจากนี้กัปตันยังไม่ได้แนะนำให้ผู้โดยสารรีบลงจากเรือและเขาไม่ได้ควบคุมเรือในช่วงที่เรือเริ่มเอียงจนจมลงโดยปล่อยให้ผุ้ช่วยต้นเรือควบคุมเรือแทน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนเกิดเหตุ แม้รู้แน่ชัดว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องควบคุมเรือในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุ 

และหากศาลตัดสินว่ากัปตันกระทำความผิดจริง อาจต้องโทษจำคุกนาน 5 ปี 

จากรายงานข่าวระบุว่า นายลีมอบหมายให้ผู้ช่วยต้นเรือที่เป็นผุ้หญิงวัย 26 ปีซึ่งระบุเพียงนามสกุลว่า ปาร์คให้ควบคุมเรือแทนเมื่อเวลาเกือบ 8 โมงเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่นหรือ 1 ชม.ก่อนเรือเอียงและอัปปางลง ซึ่งโดยปกติแล้วผุ้ช่วยต้นเรือจะทำหน้าที่ควบคุมพังงา หรือที่เรามักเรียกกันผิดๆว่าพวงมาลัยเรือ ในช่วง 8 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน ปาร์คเป็นพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทชงแฮจิน มารีน เจ้าของเรือเซโวล ได้เพียง 4 เดือน แต่เคยทำงานกับบริษัทเรือเฟอร์รีของต่างประเทศ 22 เดือน 

กัปตันและลูกเรือจำนวนหนึ่งถูกระบุว่าเป็นคนแรกๆที่หนีออกจากเรือ  และแม้ศูนย์บริการการสัญจรทางเรือเชจู สั่งให้เตรียมพร้อมอพยพและนำเสื้อชูชีพออกมาในช่วงเวลาเพียง 5 นาที หลังเรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือขณะเรือเริ่มเอียงลงเรื่อย ๆ แต่กัปตันกลับปล่อยให้เวลาไปกว่า 30 นาที และอาจไม่ได้บอกผู้โดยสารอพยพด้วยซ้ำ  

ส่วนกัปตัน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวหลังออกจากศาลที่เมืองม็อกโปโดยปกป้องการตัดสินใจของตัวเองว่า กระแสน้ำไหลเชี่ยวและน้ำเย็นมาก บวกกับไม่มีเรือกู้ภัย ทำให้เขาคิดว่าควรให้ผู้โดยสารรออยู่บนเรือจนกว่าเรือกู้ภัยจะมาถึงจะปลอดภัยกว่า และยอมรับว่าเขาได้วางแผนการเดินเรือให้เบี่ยงเส้นทางออกจากเส้นทางปกติด้วย และออกจากห้องไปสั้นๆเพื่อทำอะไรบางอย่าง จากนั้นอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นแล้ว ส่วนผู้ช่วยต้นเรือที่ควบคุมเรือที่ถูกจับกุมด้วย บอกว่า เขาไม่ได้หันหัวเรือเร็วเกินไป แต่จากข้อมูลของกระทรวงการเดินเรือระบุว่าเรือหันเลี้ยวเร็วเกินไป ก่อนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือครั้งแรก

ส่วนประเด็นเรือเบี่ยงออกจากเส้นทางปกติที่กำหนดไว้นั้น กระทรวงการประมงและมหาสมุทร ชี้แจงว่าได้ให้การอนุมัติเองและไม่ได้ห่างจากเส้นทางเดิมเท่าใดนัก

นอกจากนี้มีรายงานว่า บริษัท ชงแฮจิน มารีน เจ้าของเรือโดยสาร เซโวล เคยมีประวัติเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางเรือหลายครั้ง โดยเรือของบริษัทเคยเจอปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง และประสบเหตุชนกันในเกือบทุก 2-3 ปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตำรวจกำลังตรวจสอบบริษัทและเก็บเอกสารหลักฐานจากสำนักงานของบริษัทในเมืองอินชอนไปแล้ว บริษัทนี้มีเรือ 5 ลำและขาดทุนจากการดำเนินงานเกือบ 24 ล้าน 2 แสนบาทในปีที่แล้ว 


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend