ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เกาหลีใต้เริ่มสอบสวน หาสาเหตุเรือล่มที่เกาหลีใต้

2.82K 0

ตำรวจเกาหลีใต้เริ่มสอบสวนหาสาเหตุ เรือโดยสารล่มที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 14 คน ขณะที่มีหลักฐานมากขึ้น ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่อาจทำให้ผู้โดยสารมีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง เพราะมีคำสั่งจากลูกเรือ ให้ผู้โดยสารอยู่กับที่ทั้งที่เรือเริ่มมีปัญหา

ตำรวจกำลังสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เรือโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 475คนประสบเหตุล่มนอกชายฝั่งขณะเดินทางจากเมืองอินชอนมุ่งหน้าไปเกาะเชจูเมื่อวันพุธ โดยพุ่งเป้าทั้งประเด็นมาตรฐานความปลอดภัยและปฏิบัติการของลูกเรือในการช่วยเหลือผู้โดยสาร ซึ่งได้มีการสอบปากคำกัปตันและลูกเรือแล้ว และนายลี จุน-ซก กัปตันเรือที่สวมสเวตเตอร์สีเทามีฮู้ดคลุมหน้าถูกสอบปากคำที่สำนักงานหน่วยยามฝั่งม็อกโป เขาบอกว่า รู้สึกเสียใจและละอายใจอย่างที่สุดจนพูดอะไรไม่ออก

กัปตันวัย 69 ปี ถูกระบุว่า ชำนาญเส้นทางมา 8 ปี และมารับเวรขับเรือแทนเพื่อนที่ลาพักร้อน และบริษัทต้นสังกัดยืนยันว่าเขาเป็น 1 ใน 3 กัปตันที่เก่งสุด แต่มีบางรายงานข่าวบอกว่ากัปตันและลูกอีก 6 คนเป็นคนแรกๆที่หนีออกจากเรือ

ขณะที่มีรายงานว่า เรือออกจากท่าเรือที่เมืองอินชอนล่าช้าไปสองชั่วโมงเนื่องจากหมอกปกคลุม และเรือเบี่ยงออกนอกเส้นทางที่ควรจะเป็นเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะเป็นความพยายามทำเวลาชดเชยที่ออกจากท่าล่าช้า นอกจากนี้ยามฝั่งสงสัยว่า การหันหัวเลี้ยวเร็วเกินไป อาจทำให้สินค้าที่บรรทุกบนเรือเคลื่อนไปยังอีกฝั่ง อาจเป็นต้นเหตุให้เรือล่ม 

บนเรือมีรถยนต์ราว 180 คันและสินค้ารวมน้ำหนัก 1,157 ตัน ซึ่งมีคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ด้วย และการหันหัวเรือแบบกระทันหัน อาจทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกเหวี่ยงไปอีกทางและเสียงดังที่ผู้โดยสารได้ยินก่อนเรือเอียงอาจเกิดจากคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ชนเข้ากับตัวเรือ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าตัวเรืออาจมีรอยโหว่ที่่ตัวเรือ ส่งผลให้เรือจมลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 ชม. 20 นาทีหลังจากเรือหยุดนิ่ง 

นอกจากนี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่าคำสั่งจากลูกเรือที่บอกให้ผู้โดยสารอยู่กับที่ ตอนที่เรือเริ่มมีปัญหา อาจเป็นสาเหตุให้ผู้โดยสารมีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง โดยเด็กที่รอดชีวิตคนหนึ่ง บอกว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่ยอมลุกจากที่นั่ง นานเกือบ 30 ถึง 40 นาที หลังจากเรือเริ่มมีปัญหา เพราะเชื่อคำสั่งของลูกเรือที่พูดซ้ำซากว่า ไม่ให้ลุกไปไหน จนเขาต้องต้องถามตัวเองว่า เขาไม่ควรจะหนีออกไปหรือ ขณะที่หญิงวัย 61 ปีคนหนึ่งรอดชีวิตมาได้ เพราะไม่เชื่อคำสั่งให้นั่งอยู่ในห้องโดยสาร เพราะเธอเห็นแล้วว่า น้ำกำลังไหลทะลักเข้าไป เธอจึงว่ายน้ำและปีนขึ้นไปบนชั้นที่สูงกว่า ก่อนจะออกไปที่หน้าต่าง 

ส่วนผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง บอกว่า เขาพยายามช่วยนักเรียนมัธยมประมาณ 30 คน ที่ไม่สามารถออกมาจากห้องโถงโล่งแจ้งบนชั้น 4 ของเรือได้ และตอนที่เรือเริ่มจม พวกเด็กๆไม่มีที่จะเกาะหรือยึดไว้ และไม่สามารถปีนขึ้นไปบนส่วนที่อยู่สูงขึ้นไปได้ แต่เขาใช้สายดับเพลิงช่วยเด็กได้เพียงบางคนเท่านั้น 

เรื่องของระเบียบวินัยที่เข้มงวดในระบบการศึกษาของเกาหลีใต้ และการไม่กล้าละเมิดคำสั่งทำให้ผู้สังเกตการณ์ สามารถสรุปได้ว่า นักเรียนมัธยมที่เป็นผู้โดยสารส่วนใหญ่ในเรือ ที่ล้วนแต่เป็นวัยรุ่น อาจจะเชื่อฟังทุกคำสั่งโดยไม่กล้าปริปากถาม และนักเรียนคนหนึ่ง บอกด้วยว่า  ถ้าได้รับคำสั่งให้กระโดดลงน้ำเร็วกว่านี้ หลายคนก็จะกระโดดลงจากเรือได้ทันท่วงที 

นอกจากนี้มีรายงานข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยว่า เรือลำนี้มีเรือชูชีพมากถึง 46 ลำแต่มีเพียง 1 ลำที่ถูกใช้อพยพผุ้โดยสารลงจากเรือ ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับบรรดาญาติของผู้สูญหาย และโหมกระพือความไม่พอใจของสาธารณชนในประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภคด้านการขนส่งที่ได้ชื่อว่าทันสมัย และมีประสิทธิภาพ 

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 คนแล้วและยังไม่ทราบ ชะตากรรมอีก 282 คน ขณะที่รัฐบาลกำลังพิจารณาที่จะกำหนดให้เมืองชินโดและพื้นที่แถบชายฝั่งใกล้เคียงจุดเรือล่มเป็นเขตภัยพิบัติพิเศษเพื่อให้สามารถเร่งปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่มได้อย่างรวดเร็วคล่องตัวขึ้น แต่ภารกิจค้นหากู้ภัยครั้งใหญ่ที่ระดมเรือ 169 ลำและเครื่องบินอีก 29 ลำ รวมถึงนักประดาน้ำอีก 555 คนต้องพบอุปสรรค โดยการดำน้ำเข้าไปค้นหาในตัวเรือต้องยุติลงเมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดีและทัศนวิสัยใต้น้ำอยู่ในระดับต่ำมากเพียงแค่ 20 ซม.

ส่วนประธานาธิบดีปัก กึน-เฮ ล่องเรือลงไปตรวจพื้นที่ในบริเวณจุดที่เรือล่มแล้วในวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าของการค้นหาด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อชะตากรรมของผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่ใกล้ชิด บอกว่า ประธานาธิบดีไม่ได้หลับเลยทั้งคืนเพราะรอฟังข่าวคืบหน้าด้วยความกังวลใจจนกระทั่งเช้าวันนี้จึงตัดสินใจไปยังจุดเกิดเหตุ ขณะที่ญาติของผู้โดยสารจำนวนมากเต็มไปด้วยโกรธเคืองต่อความล่าช้าของการช่วยเหลือ

มีรายงานด้วยว่า ตอนที่ประธานาธิบดีไปเยี่ยมญาติของผู้โดยสารที่รวมตัวกันที่โรงยิมของโรงเรียนบนเกาะชินโดเพื่อรอฟังข่าวของผู้โดยสาร ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนบางคนตะโกนขัดจังหวะขณะประธานาธิบดีกำลังพูดปลอบประโลมให้พวกเขามีความหวังขณะรอฟังข่าว  โดยญาติคนหนึ่งบอกว่า คุณทำอะไรตอนอยู่ในขณะที่คนกำลังจะตาย และใกล้หมดเวลาแล้ว แต่เธอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะพยายามอย่างที่สุดเพื่อค้นหาผู้สูญหายจนกว่าจะพบทุกคน

ขณะเดียวกันคนบันเทิงทั้งดารานักร้อง สถานีโทรทัศน์ต่างยกเลิกหรือเลื่อนจัดงานแถลงข่าวและกิจกรรมโปรโมทเพลงใหม่ รายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ในสัปดาห์นี้ ในช่วงที่ทั้งประเทศกำลังโศกเศร้าเพื่อเคารพผู้สูญเสีย และพรรคการเมืองทุกพรรคระงับกิจกรรมทางการเมืองรวมถึงการหาเสียงก่อนที่การเลือกตั้งท้องถิ่นจะจัดขึ้น 4 มิ.ย.


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend