ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564

เกาะติดค่าเงินบาท ทุนนอกไหลเข้าไทยต่อเนื่อง

1.66K 0

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนของต่างประเทศ เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ถ้าดูจากกระแสการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศที่เริ่มเป็นบวก หลังจากกลุ่มกปปส. ย้ายการชุมนุมเข้าไปในสวนลุมพินี และเป็นบวกมากขึ้นอีก หลังรัฐบาลยกเลิกใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 

"พอสรุปได้ว่าการกลับเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติในรอบนี้ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองมีความตึงเครียดน้อยลง และถ้าสังเกตคำถามของนักลงทุนส่วนใหญ่ระยะหลัง จะเน้นแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม และทิศทางการขยายตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมากกว่าเรื่องการชุมนุม ผมเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติกล้ามองข้ามความวุ่นวายด้านการเมือง"

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่กปปส.ยุบรวมเวทีเหลือที่เดียว คือ ที่สวนลุมพินี จนถึงวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดไทยถึง 19,532 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เมื่อเทียบกับช่วง 4 เดือนแรกของการชุมนุม ที่ต่างชาติขายหุ้นออกต่อเนื่องเกือบทุกวัน มีแค่ 11 วันเท่านั้นในช่วงนั้นที่มียอดสุทธิเป็นบวก รวมเม็ดเงินที่ขายหุ้นทั้งหมดใน 4 เดือนมีมูลค่าถึง 123,701 ล้านบาท

ต่างชาติเมินการเมืองช่วงสุญญากาศ

"ผมเองเพิ่งกลับจากโรดโชว์ญี่ปุ่น ที่น่าแปลกใจคือมีนักลงทุนสอบถามเรื่องการเมืองไทยน้อยมาก ส่วนใหญ่เน้นเรื่องตัวบริษัทและโอกาสการเติบโตในอนาคตมากกว่า ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกเช่นกัน นอกจากจะแปลว่าต่างชาติเริ่มชินกับภาวะสุญญากาศของบ้านเรา แต่ก็แสดงว่าเขายังเชื่อมั่นในอนาคตระยะยาวของไทย" 

ส่วนอีกเหตุผลที่เงินไหลเข้า น่าจะเป็นเพราะตลาดไทย เป็นตลาดที่ Underperform อีกหลายๆ ตลาดหุ้นตั้งแต่เกิดเรื่องการเมืองขึ้น จึงเป็นที่สนใจของต่างชาติที่มองเห็นโอกาสในการซื้อของถูก ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของการชุมนุม ตลาดหุ้นไทยลดลงถึงเกือบ 10% และเป็นตลาดที่ลดลงเกือบจะมากที่สุดในโลก 

เปิด2กลุ่มนักลงทุนไหลเข้าหุ้นไทย   

อีกปัจจัยที่ทำให้เงินไหลเข้าไทยมาก เพราะการปรับลดประมาณการของนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์เริ่มนิ่งลง และตัวเลขส่งออกเริ่มกระเตื้องขึ้นบ้าง ซึ่งสร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นให้กับนักลงทุน ประการสุดท้ายซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญ คือ ต่างชาติเริ่มเข้าใจว่าภาคธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะภาคราชการ ยังเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามปกติ ยกเว้นงบลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ที่ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้อนุมัติ

"เท่าที่ผมติดตามดู เงินที่กลับเข้ามารอบนี้ มาจากนักลงทุน 2 ประเภท คือพวก Long-term มากๆ ซึ่งมีระยะเวลาถือหุ้นนาน 3-5 ปี กลุ่มนี้มองภาพระยะยาวๆ มากกว่าจะสนใจเหตุการณ์ในระยะสั้นๆ และชอบลงทุนในช่วงที่ตลาดเกิด Correction แบบที่ผ่านมา เพราะจะได้ของถูก นักลงทุนกลุ่มนี้เข้ามาค่อนข้างมาก ส่วนอีกประเภทที่เห็นเข้ามา คือพวกหวังผลเร็ว โดยเชื่อว่าตลาดจะ Rebound จากการที่ Underperform มานาน พวกหลังนี้จะอยู่ไม่นาน แต่ถ้าการเมืองดีขึ้นเรื่อยๆ และเขาเชื่อว่าตลาดจะไปได้ต่อ ก็จะไม่รีบร้อนขายทำกำไร"


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend