ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ผกก.อีโอดี.ชี้บึ้มย่านมีนบุรี คาดซุกในกระเป๋า

9.36K 0
ผกก.อีโอดี.ชี้บึ้มย่านมีนบุรี คาดซุกในกระเป๋า

30 มี.ค.57 - ผกก.อีโอดี. ชี้บึ้มย่านมีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คาดผู้ตายซุกในกระเป๋าจนเกิดระเบิดร่างฉีก

จากเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถ งานแต่งงานซอยราษฎร์อุทิศ ระหว่างซอย 25-27ใกล้เคียงสุเหร่าทรายกองดิน แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรีมีผู้เสียชีวิต 2 รายทราบชื่อต่อมาคือนายบุญเลื่อน ปินตา อายุ 41ปีอยู่บ้านเลขที่ 57/3ม.2ต.แม่ทรายอ.ร้องกวางจ.แพร่ และนายเกรียงไกร ศิลป์อำนวย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ ยังพบระเบิดชนิดทำเองชนิดไปป์บอมบ์แบบจุดชนวนอีก1 ลูก ทำด้วยท่อเหล็กยาวประมาณ 1 ฟุต เส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้วยังไม่ทำงาน ตกอยู่ทางเจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนแรงดันน้ำความแรงสูงทำการยิงทำลาย โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายทั้ง2ขับ ขี่รถจยย.ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ออกมาจากบ้านเดี่ยว2ชั้นใกล้ที่เกิดเหตุเมื่อผ่านจุดเกิดเหตุจึง เกิดเสียงระเบิดขึ้นก่อนที่ชายอีก4คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวจะขับรถตู้ ไม่ทราบยี่ห้อสีขาว เลขทะเบียน 744ไม่ทราบหมวดอักษร จะขับหลบหนีไป

ต่อมาเวลาประมาณ 23.30 น.วันที่ 29 มี.ค.ทางเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีจึงเข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าว โดยกั้นพื้นที่ในรัศมี 200 เมตร จากการตรวจสอบพบ ระเบิดแบบเดียวกันอีก 2 ลูก วางอยู่ที่พื้นชั้นล่าง ยังยังพบระเบิดไปป์บอมแบบเดียวกันอีกแต่ขนาดเล็กกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 15 ซม.จึงทำการเก็บกู้ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นก็นำระเบิดไปป์บอมบ์ขนาดใหญ่ที่พบในบ้านจำนวน 2 ลูกมาทำลายทิ้ง โดยใช้เวลาตรวจสอบเก็บกู้ แล้วมาทำลายทิ้งนานร่วม 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ที่บ้านหลังดังกล่าวยังพบถังแก็สเปล่าขนาด 15 กก. จำนวน 6 ถัง แกลลอนน้ำมันเบนซินจำนวน 1 แกลลอน โดยถังแก็สดังกล่าวยังอยู่ในสภาพปกติ

ด้านพ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เปิดเผยว่า ผู้ตายทั้ง 2 รายน่าจะนำระเบิดใส่กระเป๋าสะพายเนื่องจากจุดเกิดเหตุพบเศษกระเป๋า ประกอบกับแรงระเบิดทำให้ร่างของทั้ง 2 คนฉีกขาด โดยพบร่องรอยแรงกดระเบิดที่ตัวรถจยย. หากนำระเบิดไว้ได้เบาะรถแรงระเบิดจะทำให้ตัวถังได้รับความเสียหายมากกว่านี้ ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องยังไม่ได้ติดตั้งชุดจุดชนวนระเบิดซึ่งดูจากระเบิดลูกที่ตกหล่นและพบในบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากระเบิดดังกล่าวมีส่วนประกอบของดินดำ เมื่อถูกแรงกระแทกเสียดสีก็ทำให้เกิดระเบิดได้ เป็นไปได้ว่าระหว่างผู้ตายทั้ง 2 ทำการขนย้ายระเบิด ด้วยการขับขี่รถจยย.เกิดการตกหลุมระเบิดเกิดกระทบเสียดสีทำให้เกิดเหตุดังกล่าว

พ.ต.อ.กำธร กล่าวอีกว่า เพิ่งพบระเบิดลักษณะนี้ในพื้นที่ กทม.เป็นครั้งแรก ซึ่งวิธีการทำการประกอบระเบิดเป็นวิธีการเดียวกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะที่ผ่านมาจะเป็นไปป์บอมบ์ขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 1 นิ้ว แต่ที่ระเบิดและตรวจพบในครั้งนี้เป็นขนาดใหญ่ มีรัศมีทำลายล้างในระยะ 40 เมตร จากการตรวจสอบภายในบ้านก็ไม่พบอุปกรณ์ หรือชุดจุดชนวน คาดว่าบ้านหลังดังกล่าวน่าจะเป็นแค่ที่พักระเบิด เพื่อเคลื่อนย้ายไปต่อชุดจุดชนวนอีกครั้ง โดยหลักแล้วจะมีการแบ่งการทำงานเป็น 3 ทีมเป็นอย่างน้อย คือทีมประกอบระเบิด ทีมต่อชุดจุดชนวน และทีมที่นำไปวางระเบิด ซึ่งระเบิดแบบนี้ทำไม่ยาก คนที่ฝึกทำระเบิดใหม่ๆจะทำระเบิดแบบนี้ ง่ายๆคือถ้าทำบั้งไฟเป็นก็ทำระเบิดได้ โดยใช้ดินดำเป็นส่วนประกอบ ใช้เศษเหล็ก เศษตะปู น็อต และอื่นๆเป็นสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันที่ 30 มี.ค.เวลาประมาณ 10.00 น. ทีมอีโอดี กับพฐ. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะมาทำการตรวจสอบเก็บหลักฐานที่บ้านหลังดังกล่าวนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.กำธร กล่าวด้วยว่า ที่ใช้เวลาตรวจสอบนานและต้องกั้นพื้นที่ไว้ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวยังมีรถจยย.จอดอยู่ 2 คัน เป็นยามาฮ่าฟีโน่ 1 คัน และรถซูซุกิ 1 คัน เกรงว่าจะมีระเบิดผูกติดอยู่ที่รถ เพื่อทำเป็นจยย.บอมบ์ เนื่องจากก่อนหน้าเข้าตรวจสอบทีมสืบสวนได้ข้อมูลมาแจ้งหน่วยอีโอดีว่ามี จยย.บอมบ์อีก 1 คัน จอดอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่งอิสลามใกล้กับจุดเกิดเหตุ แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบ จยย.คันดังกล่าว ก่อนทำการตรวจสอบ จยย.ที่จอดอยู่บ้านหลังที่พบระเบิดทั้ง 2 คันก็ไม่พบว่ามีระเบิดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรีจึงนำรถ จยย.ทั้ง 2 คันไปตรวจสอบที่ สน.มีนบุรี

รายงานข่าวระบุจากการรวบรวมข้อมูลของชุดสืบสวน เชื่อว่า รถตู้สีขาวกับรถจยย. มาด้วยกัน คาดว่ามาเอาระเบิดที่ประกอบไว้ แต่ยังไม่ทันถึงก็ระเบิดก่อน คนที่ลงมาจากรถตู้จึงขึ้นรถหนี ที่สำคัญ บ้านนี้เพิ่งกลับมาเปิดใช้เมื่อไม่กี่เดือน หลังจากเป็นบ้านร้างมานาน เพราะเจ้าของบ้านยิงสามีตายคาบ้านแล้วติดคุก ปัจจุบันพ้นโทษออกมาแล้ว และมีสามีใหม่มาอยู่ มีลูกชายแวะเวียนมา ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรถเข้าออกบ่อย รวมถึงรถตู้สีขาว และรถตู้ฮุนได รุ่นเอชวัน สีดำด้วย ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลว่าบ้านหลังนี้มีรถตู้วินด้วย วิ่งระหว่าง ปากเกร็ด มีนบุรี เส้นทางผ่านกลุ่มม็อบ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ โดยเจ้าของบ้านชื่อ แก้ว อายุประมาณ 60 ปี อยู่กับลูกสาวที่ร้านขายเสื้อผ้าย่านสะพานใหม่


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย @fm91trafficpro
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend