เนชั่นทีวี

lifestyle1

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

20 มิ.ย. 2562 | thasaneya_rat

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

เมื่อพูดถึงคำว่า "พรสวรรค์" หลายๆ คน อาจจะคิดว่า เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานให้ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และอาจจะคิดต่อไปอีกว่า คงมีคนเพียงแค่หนึ่งในล้านที่จะสามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จากพรสวรรค์แบบนั้นได้ แต่หากได้ฟังเรื่องราวจากปากของคนดัง ที่ต่างวัย หลากหลายความสนใจหลายๆ คน ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริงของพวกเขาเหล่านั้นแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนความคิดที่มีต่อคำว่า "พรสวรรค์" ไปโดยสิ้นเชิง

6เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

เฉกเช่นตัวอย่างคนดังต่างวัยทั้ง 6 คนจาก 6 สาขาอาชีพ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้พ่อแม่ยุคใหม่เห็นความสำคัญต่อการสนับสนุนให้ลูกได้ เรียนรู้สิ่งที่เค้ารักอย่างแท้จริง..ซึ่งถ้าลูกได้เรียนรู้สิ่งที่เค้ารัก เปรียบเสมือน การสร้างพรสวรรค์ให้เค้าผ่านการเรียนรู้เพราะเมื่อเค้าได้เรียนรู้สิ่งที่รัก เค้าจะมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้อย่าง ไร้ขีดจำกัด ต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคตได้เช่นเดียวกับเรื่องราวของคนต้นแบบต่อไปนี้ นั่นเอง


6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด


เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์

นักฟุตบอลทีมชาติดาวรุ่งกับฉายาเมสซี่เจ เล่าว่า เค้าชอบและเริ่มเล่นตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ โดยมีคุณพ่อเป็นคนสอน และเค้าได้มาเล่นอย่างจริงจังในขณะศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่4 กว่า กลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ประสบ ความสำเร็จในปัจจุบัน  ในสมัยที่ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียนเขาเคยถูกปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญา เพราะรูปร่างเล็กเกินไปไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่ด้วยความที่เค้ารักในกีฬาชนิดนี้และมีคุณพ่อเป็นกำลังที่สำคัญ    เป็นแรงผลักดันและสนับสนุนเพราะคุณพ่อเชื่อมั่นว่าถ้าเจได้ทำในสิ่งที่เค้ารักแล้วจริงๆผลลัพธ์มันต้องออกมาดีอย่างแน่นอน ปัจจุบันเค้าเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ค้าแข้งอยู่ที่สโมสรฟุตบอลฮอกไกโดคอนซาโดเลซัปโปโระระดับเจลีก ดิวิชั่น 1 โดยเป็นนักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสโมสร และยังสามารถคว้าตำแหน่งMVP(รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม) ของสโมสรประจำฤดูกาล 2018 ไปครอง โดยได้ผลโหวตเป็นอันดับหนึ่งจากเพื่อนร่วมทีมทั้ง 22 คน และนอกเหนือจากนี้ชนาธิปยังได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งเจลีกในฤดูกาล 2018 อีกด้วย "ผมเชื่อว่าความสำเร็จในวันนี้เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ทำได้ดียิ่งๆ ขึ้นจากสิ่งที่ผมรัก พรสวรรค์ที่ผมสร้างมากับมือ ผมมีความสุขมากครับทุกครั้งที่ผมได้ลงสนามจนสุดท้ายฟุตบอลก็อยู่ในสายเลือดผมไปแล้ว"

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด


เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

ผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนต์ชื่อดังที่กวาดรางวัลบนเวทีนานาชาติมามากมายรวมทั้งภาพยนต์ที่ติดทำเนียบหนังทำเงินของไทย อาทิ ฟรีแลนซ์ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ และล่าสุดกับสารคดี BNK48:Girls dont cry เป็นต้น เล่าว่า เขาโชคดีที่มีครอบครัวที่ไม่ปิดกั้นให้เขามีอิสระทางความคิดว่าตัวเองชอบอะไรและสนับสนุนให้เขาได้ทำสิ่งที่เขาชอบสิ่งที่เขาทำได้ดีและประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ เริ่มต้นมาจากการรู้จักว่า ตัวเองชอบอะไรและเริ่มเรียนรู้ฝึกฝนตอนเด็กๆ อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่แล้วก็ค่อยๆ พบว่าตัวเองวาดรูปไม่เก่งจนมาค้นพบว่าตัวเองสนใจกับการทำหนังภาพยนตร์ ซึ่งเขาได้เริ่มจากการเรียนรู้และฝึกฝนด้วยการซื้อหนังสือมาอ่านหัดใช้โปรแกรมตัดต่อ แล้วก็ค่อยๆหายืมกล้องมาเริ่มหัดถ่ายไป "ผมไม่ได้มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแต่เกิดหรอก แต่ผมแค่ได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้ฝึกฝน และได้รับกำลังใจการสนับสนุนจากครอบครัวตลอดจนสร้างความสำเร็จในสิ่งที่ผมชอบผมว่าถ้าอยากจะประสบความสำเร็จแค่ต้องหาให้เจอว่าตัวเองถนัดอะไร พรสวรรค์จริงๆมันอยู่บนโลกนี่แหละมันไม่ได้อยู่บนสวรรค์ เพราะฉะนั้นมันสร้างได้อยู่แล้ว"

 




 

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

บอย โกสิยพงษ์

จากเด็กโข่งหัวทึบของชั้นเรียนสู่นักแต่งเพลงระดับท้อปเนมที่ประสบความสำเร็จของเมืองไทย มีเพลงดังมากมายกับเนื้อเพลงที่กินใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับล้าน ผู้บริหารค่ายเพลงเลิฟอีสท่านนี้เล่าว่า ตอนเด็กๆ เค้าคือเด็กโข่งที่เรียนรั้งท้ายของห้องมาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งตอนนั้นผมอยู่ ม.3 อธิการมาบอกว่าทางโรงเรียนจะต้องเชิญให้ออกจากโรงเรียนเพราะว่าคะแนนเฉลี่ยของผมมันอยู่ที่ 1.04 ฉะนั้นจะเรียนต่อ ม.4 ไม่ได้ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าผมไม่มีความสามารถทางการเรียน

"ความจริงผมไม่ใช่คนเกเรเลยตั้งใจท่องหนังสือ แต่มันไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องถึงขนาดที่ว่ากำลังจะเข้าห้องสอบ ผมต้องเอาตามามองมันเผื่อบทเรียนในหนังสือมันจะจำเข้าไปในตาผม ผมโคตรพยายาม แต่มันก็ทำไม่ได้ งั้นโอเคออกก็ออก   แม่ผมบอกว่าโรงเรียนนี้น่าจะไม่เหมาะ เขาน่าจะสอนไม่เก่งเดี๋ยวไปหาโรงเรียนที่มันเหมาะกับบอยดีกว่านะ"

ตอนนั้นยังไม่รู้ไงโรงเรียนบอกให้เราเลือกเรียนแค่วิทย์กับศิลป์แต่ความจริงแล้วความถนัดของคนมันสามารถแบ่งได้มากกว่านั้น โชคดีว่าแม่ผมเขาเข้าใจผมก็เลยได้ค้นพบสิ่งที่เหมาะกับผม  จุดพลิกผันครั้งสำคัญในชีวิตก็เกิดขึ้นเมื่อผมตัดสินใจที่จะเหินฟ้าไปเรียนต่อทางด้านสาขาดนตรีที่มหาวิทยาลัย UCLA ช่วงเวลานั้นเองที่ตัวเองได้ค้นพบทิศทางที่เหมาะสมในชีวิต จนได้มาลองแต่งเพลงผมได้เรียนรู้ ฝึกฝน ในสิ่งที่ผมรักผมรู้สึกสนุกกับมันมาก สนุกจนหยุดคิด   เรื่องแต่งเพลงไม่ได้เลยไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรใจมันคอยคิดว่าจะเอาสิ่งที่เราพบเห็นไปแต่งเป็นเพลงได้ในมุมไหนบ้างนั่นคือสิ่งทำให้รู้ว่านี่คือสิ่งที่เรารักแน่ๆ ทำให้เราพยายามเรียนรู้จากคนอื่นจากทุกๆ แหล่งเท่าที่จะมีทางหาความรู้ได้ พอเรารักในสิ่งเราทำแล้ว ทุกอย่างมันง่ายไปหมด เพราะเราอยากรู้ อยากเห็นอยากเข้าใจ เหมือนที่พ่อผมเคยบอกไว้ "หัวใจเราอยู่ที่ไหนทรัพย์สมบัติเราก็อยู่ที่นั่น"

และจากประสบการณ์ตรงของคุณบอยนี่เองทำให้เมื่อคุณบอยเป็นพ่อคน ที่ต้องดูแลเลี้ยงลูกๆ คุณบอยจึงเลี้ยงเค้าอย่างใกล้ชิด โดยการสังเกตุว่า ลูกๆ สนใจและถนัดอะไรและให้การสนับสนุนเค้าให้เรียนรู้สิ่งที่เค้ารักอย่างแท้จริง

 

 

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

มินนี่-ภูริศาเฮงตระกูลสิน

 "ดีไซเนอร์อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย"น้องมินนี่ ภูริศา เฮงตระกูลสิน และเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าในห้างหรู          ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกในวัยเพียง11 ปี เด็กผู้หญิงที่ชื่นชอบการวาดรูป การแต่งตัวตั้งแต่อ่านหนังสือไม่ออกเวลากลับมาจากโรงเรียน หรือว่าก่อนนอน น้องมินนี่จะวาดรูปแล้วก็จะเก็บรวบรวมผลงานของตัวเองไว้ เธอมีความฝันตั้งแต่อายุ 7 ขวบว่าอยากเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าเพื่อให้คนอื่นๆ ใส่โดยน้องมินนี่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากโคโค่ชาแนล เจ้าแม่แฟชั่นในตำนานซึ่งเป็นไอดอลของเธอ วันหนึ่งพอเก็บสะสมผลงานได้พอสมควร น้องมินนี่      ก็นำผลงานทั้งหมดไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่า"อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง" หนูขอทำได้มั้ยคะ? ด้วยความตั้งใจและสนใจของน้องมินนี่คุณพ่อคุณแม่จึงสนับสนุนทุกอย่างแม้จะไม่มีโรงเรียนด้านการออกแบบไหนรับน้องมินนี่เข้าเรียนเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าน้องเด็กเกินไปเพราะคอร์สเหล่านี้จะรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปแต่คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่หยุดอยู่เท่านี้ ยังคงพยายามเสาะแสวงหาจนได้คุณครูมาสอนอย่างจริงจังทั้งสนับสนุนด้วยการหาทีมผลิตและช่วยกันเรียนรู้ด้านการตลาดเมื่อถามคุณแม่ถึงความสามารถด้านดีไซน์ของน้องมินนี่เรียกว่า "พรสวรรค์"ได้หรือไม่นั้น คุณแม่บอกว่า"คุณแม่ไม่รู้ว่าสิ่งที่น้องกำลังทำอยู่นี้เรียกว่า "พรสวรรค์" ได้มั้ยแต่ขอเรียกว่า "ความชอบ" แล้ว "เรียนรู้" ประกอบกับ "ลงมือทำ" อย่างจริงจังจะเรียกว่าเป็นพรสวรรค์ที่สร้างได้จากการเรียนรู้ก็น่าจะใช้คำนี้ได้"

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

แพร-ณัฏฐนันท์ สนุ่นรัตน์

เจ้าของฉายา"น้องแพร พาเพลิน" เด็กสาววัย 11 ปีเมคอัพอาร์ทิสต์ตัวน้อยที่มีผู้ติดตามทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในเฟซบุ๊คร่วมล้านคนผู้ก้าวสู่เวทีเมคอัพอาร์ทิสต์ระดับโลก ด้วยจุดเริ่มต้นของความชอบการแต่งหน้า จากเกมแต่งหน้าในโทรศัพท์มือถือที่น้องแพรชอบเล่นและได้ดูคลิปสอนแต่งหน้าบน YouTube อยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่5 ขวบ จนวันนึงที่น้องแพรเห็นเครื่องสำอางของจริง เธอเลยคว้าเอาเมคอัพเหล่านั้นมาแต่งหน้าตัวเองตามคลิปดูบ้างเมื่อแต่งหน้าเล่นไปมาหลายครั้งจนมีความชำนาญมากขึ้น คุณแม่เลยสนับสนุนโดยได้ถ่ายวิดีโอของลูกสาวเอาไว้และนำไปโพสต์ลงYouTube พร้อมกับตั้งชื่อรายการว่า"น้องแพรพาเพลิน" หลังจากนั้นน้องแพรก็ได้อัดคลิปแต่งหน้าด้วยเอง และโพสต์ลงช่องYouTube อย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยคำพูดที่น่ารักฉะฉานเกินวัยจึงทำให้มีคนแชร์คลิปนี้ออกไปมากมาย แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในทางที่ไม่ดีอยู่บ้าง ว่า"เป็นเด็กแก่แดด" แต่คุณแม่ยังคงให้กำลังและสนับสนุน เพราะมันคือสิ่งที่น้องชอบจริงๆและยิ่งไปกว่านั้นคุณแม่ยังส่งเสริมให้น้องแพรได้เข้าเรียนการแต่งหน้าอย่างจริงจังรวมทั้งส่งน้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในอนาคตอีกด้วย

นั่นคือจุดเริ่มต้นซึ่งทำให้น้องแพรเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจนในที่สุดเมคอัพอาร์ทิสต์ตัวน้อย ก็ได้มีโอกาสได้ไปโชว์ฝีมือไกลถึงต่างประเทศ ในงานLondonFashion Week 2018 และยังมีงานแต่งหน้า มีรายได้จากสิ่งที่น้อง ชอบทำตั้งแต่อายุยังน้อย"เราเชื่อว่านี่คือความฝันของเรา เราจึงได้ตั้งใจเรียนรู้พัฒนาฝีมืออยู่ตลอดแพรเชื่อว่าการเป็นตัวของตัวเองและทำในสิ่งที่เรารักเป็นสิ่งสำคัญ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง อย่าหยุดอยู่กับที่      ถ้าความฝันของเรายังชัดเจน"

6 เรื่องราวความสำเร็จของคนดังต่างวัย กับพรสวรรค์ที่ไม่ได้มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด


เฟิร์ส-ธนภัทร สุยาว

น้องเฟิร์สเชฟหนุ่มจากเมืองน่าน ผู้ชนะที่อายุน้อยที่สุดจากรายการ  MasterChef Thailand ซีซั่น 2 เล่าว่า เฟิร์สช่วยคุณแม่ทำอาหารตั้งแต่เด็กและคิดว่าการทำอาหารสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ จนผมเริ่มชอบการทำอาหารจริงๆจัง ๆ ตอนช่วงมัธยมปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องทำอาหารทานเองอยู่บ่อยๆ เวลาดูรายการทำอาหารผมจะรู้สึกสนุก และสนใจเป็นพิเศษ จนทำให้เราอยากที่จะเรียนรู้ในการทำอาหารให้ดียิ่งขึ้น  แต่ด้วยความที่ผมโตมากับการเป็นนักกีฬาในช่วงแรกที่เราบอกครอบครัวว่าอยากจะเปลี่ยนเป็นเชฟเป็นเรื่องที่ท้าทายมากแต่โชคดีที่ครอบครัวผมเข้าใจ และเป็นกำลังใจสนับสนุนให้เราทำในสิ่งที่รัก ผมเลยได้โอกาสได้เดินทางสายนี้"สำหรับผมการเรียนรู้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาตัวเอง ตั้งแต่การพัฒนาความคิดไปจนถึงความสามารถในการทำ ผมเชื่อว่าถ้ายิ่งเราได้เรียนรู้ และลงมือทำให้สิ่งที่รักผลงานที่ได้จะออกมาดูดี และแสดงความเป็นตัวตนของเราได้ดีที่สุด"

จากการที่เชฟหนุ่มน่านคนนี้ถนัดในเรื่องการทำอาหารที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปรวมถึงทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีโดยจะเห็นได้ว่า เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการแข่งขันเขามักจะมีวิธีรับมือเสมอและสิ่งนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นสุดยอดมาสเตอร์เชฟคนที่สองของประเทศไทย..ด้วยการที่ได้ทำสิ่งที่รัก เรียนรู้ฝึกฝนอยู่เสมอ จนเกิดทักษะ ความสามารถในการแก้ปัญหาพร้อมกับมีความคิดสร้างสรรค์ จึงมั่นใจได้ว่า เชฟหนุ่มคนนี้จะมีอนาคตที่สดใสในเส้นทางสู่การเป็นเชฟมืออาชีพที่มีชื่อเสียงอย่างแน่นอน

จากเรื่องจริงของเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนนิยามของคำว่า "พรสวรรค์" ที่ไม่ใช่เพียงแค่ฟ้าประทานมาให้เท่านั้น แต่การได้เรียนรู้สิ่งที่รักต่างหากที่สามารถสร้างเป็นพรสวรรค์สู่ความสำเร็จของแต่ละคนได้ ซึ่งตรงกับแนวคิดของแบรนด์ S-26 Gold Progress ที่ว่า "เรียนรู้สิ่งที่รักเพื่อพรสวรรค์ในแบบของเค้า" ต่อเนื่องกับแคมเปญ โฆษณา "ล้านคน ล้านพรสวรรค์" โดยทางแบรนด์ S-26 Gold Progress ต้องการสื่อสารถึงคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่     ให้ใส่ใจ สังเกตสิ่งที่ลูกสนใจค้นหาความถนัด แล้วสนับสนุนให้เค้าได้เรียนรู้สิ่งที่เค้ารักอย่างแท้จริง เพราะเมื่อเค้าได้ทำสิ่งที่เค้ารักเค้าจะมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัดจนเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ยืดหยุ่นสามารถปรับใช้ได้กับโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่ไม่แน่นอนในอีก 20-30 ปี ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 



ข่าวล่าสุด