10 เมนูช่วงสงกรานต์ เสี่ยงโรคทางเดินอาหาร
08 เม.ย. 2558

กรมควบคุมโรค เตือนช่วงสงกรานต์ ระวัง 10 เมนูช่วงสงกรานต์ เสี่ยงเกิดโรคทางดินอาหาร 3 เดือนแรกของปี 58 ผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 3 หมื่นราย ผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 2.4 แสนราย
lifestyle1
08 เม.ย. 2558

กรมควบคุมโรค เตือนช่วงสงกรานต์ ระวัง 10 เมนูช่วงสงกรานต์ เสี่ยงเกิดโรคทางดินอาหาร 3 เดือนแรกของปี 58 ผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 3 หมื่นราย ผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 2.4 แสนราย
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ผู้จำหน่ายอาหารจะเตรียมอาหารไว้ขายเพื่อรองรับคนจำนวนมาก และอาจมีอาหารที่ค้างจากการจำหน่ายในแต่ละครั้ง ประกอบกับช่วงนี้สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ประชาชนจึงมีความเสี่ยงเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินอาหารสูงกว่าฤดูกาลอื่น
โดยจากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม- 29 มีนาคม 2558 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ 30,259 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 247,212 ราย เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่เมื่อปี 2557 พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ134,516 ราย เสียชีวิต 1 ราย และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง 1,106,900 ราย เสียชีวิต 8 ราย ในช่วงหยุดฉลองเทศกาลสงกรานต์ 11-15 เมษายน 2558 ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงเองที่บ้าน อาหารสั่งซื้อ หรือออกไปรับประทานอาหารตามร้านนอกบ้าน
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ที่ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ 10 เมนู ได้แก่1.ลาบ/ก้อยดิบ2.ยำกุ้งเต้น3.ยำหอยแครง4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู5.อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิสด6.ขนมจีน7.ข้าวมันไก่8.ส้มตำ9.สลัดผัก10.น้ำแข็ง ที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน
ควรรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ อาหารทะเล ก็ขอให้ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หมู ไก่ และไข่ ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง ไม่รับประทานแบบสุกๆ ดิบๆ นอกจากนี้อาหารถุง อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง สำหรับอาหารเหลือต้องเก็บในตู้เย็นและทำให้สุกก่อนมารับประทานใหม่ แต่หากมีกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทานเด็ดขาด
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควมคุมโรค กล่าวว่า การป้องกันทั้งสองโรคดังกล่าว ขอแนะนำให้ปฏิบัติ ดังนี้ ในกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร ขอให้ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก/ผลไม้ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกแล้วร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค ดูแลครัวให้สะอาด ส่วนผู้บริโภคขอให้ยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ได้แก่
1.กินร้อน คือ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ในกรณีข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน2.ใช้ช้อนกลาง คือ เมื่อรับประทานอาหารในหมู่มากร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร3.ล้างมือ คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อนปรุงอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก
โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง มีอาการ คล้ายกัน คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจมีไข้ ส่วนการดูแลเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ขอให้ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน ถ้ามีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422นพ.โอภาส กล่าว
ข่าวล่าสุด