2 เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Surprise and Delight
ทริปที่มอบ ‘ความประหลาดใจและความสุข’ จะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทาง Gen Z และ Millennials ที่ยินดีเปิดรับสิ่งใหม่ๆ พร้อมรับความประหลาดใจ ไม่คาดฝัน ตื่นเต้นกับการผจญภัยนอกเส้นทาง หากต้องการสร้างความสนใจให้กับนักเดินทาง Gen Z และ Millennials ผู้ประกอบการควรออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ คาดเดาได้ยาก แต่มอบความทรงจำที่ยอดเยี่ยมในท้ายที่สุด
3 เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Indigenous Tourism
เทรนด์การท่องเที่ยวไปยังชุมชนพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นใน ปี 2024 เพราะนักเดินทางรุ่นใหม่ต้องการแสวงหาความหมายใหม่ๆ ให้กับชีวิต ความเรียบง่าย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ การเดินทางไปยังถิ่นฐานของชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อเรียนรู้ ทดลองใช้ชีวิต ศึกษาประเพณี วัฒนธรรม วิถีของชนเผ่าต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจ
4 เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Sleep Tourism
“การท่องเที่ยวเพื่อการนอนหลับที่ดี” จะเป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายหลักในการเดินทาง โรงแรมทั่วโลกได้แข่งขันกันชูจุดขายเรื่อง Sleep Experience เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางด้วยเพลงเพื่อการนอนหลับที่ดี พร้อมด้วยที่นอนสั่งทำพิเศษ หรือแม้แต่ “Sleep Well Menu" ที่คัดสรรโดยเชฟ รวมถึงสถานประกอบการบางแห่งยังนำเสนอโปรแกรมการทำสมาธิเพื่อการนอนหลับ พร้อมกับคำแนะนำ และโปรแกรมที่ครอบคลุม ซึ่งดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักธรรมชาติบำบัด และนักจิตวิทยา
จากทิศทางการท่องเที่ยวดังกล่าว สังเกตได้ว่า รูปแบบการท่องเที่ยวที่กำลังทวีความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ล้วนมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากรูปแบบการท่องเที่ยวตามค่านิยมมาตรฐานแบบเดิมอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อความคาดหวังที่ลึกลงไปในรายละเอียดของนักเดินทางบนพื้นฐานประสบการณ์ที่แตกต่าง
“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ก้าวนำเทรนด์เหล่านี้ ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการต้องปรับตัว และทบทวนธุรกิจ คิดค้นและสร้างความแตกต่างในตลาดเพื่อความสำเร็จในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำ