ช่วงเวลาที่ให้ผลผลิตชั้นเลิศจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มีนาคม ของทุกปี จากช่อดอกสีขาวหอมละมุนในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมจนเป็นผลอ่อนสีเขียวเข้มในเดือนเมษายน และใช้เวลาบ่มเพาะความสมบูรณ์ของเมล็ดนานถึง 9 เดือนเต็มจนสุกปลั่งดั่งอัญมณี เป็นผลกาแฟเชอรี่สีแดงสดในช่วงเดือนธันวาคม ผลผลิตทุกเมล็ดล้วนได้รับการเอาใจใส่ ดูแล สืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไทยเผ่าม้ง
เริ่มด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตโดยค่อยๆ บิดเมล็ดกาแฟผลสุกแดงจัด จากขั้วทีล่ะเมล็ด ทีล่ะเมล็ด ทนุถนอมให้เมล็ดกาแฟคงความสมบูรณ์จนกว่าจะถึงโรงคัดแยกผลผลิต ผ่านกรรมวิธีล้าง สี คัดเลือกเอาแต่เมล็ดกลมสมบูรณ์ ไปตาก อบ คั่ว จนได้กลิ่นรสกาแฟแห่งดอยผ่าหม่น ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว และภูชี้เดือน กลิ่นกรุ่น ละมุน ดั่งน้ำผึ้งป่า ที่หอมหวานด้วยผลไม้ป่า ดอกไม้ป่า นานาชนิด ผสมผสานกลิ่นรสอย่างลงตัว ดื่มด่ำ รสชาติกาแฟเข้มข้น...ขมนิด แรกสัมผัส แต่กลับหอมหวานติดปลายลิ้น
ถือว่าเป็นการปลูกกาแฟด้วยวิถีชุมชนเกษตรอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเกษตรที่ช่วยฟื้นฟูป่าต้นน้ำและกักเก็บคาร์บอนสู่ดินและต้นไม้ ลดละเลิกการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก การปลูกกาแฟรักษาป่าเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง ลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ลดปัญหาหมอกควัน ปัญหาสารเคมี ปัญหาการปลูกพื้นเชิงเดี่ยว ปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรม ปรับพื้นที่จากการทำไร่เลื่อนลอย เป็นการปลูกกาแฟรักษาป่ากว่า 1,500 ไร่ และ ในปี 2565 ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่า 6 ล้านบาท มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 84 ราย
ในปี 2566 นี้ยังคงสนับสนุนปัจจัยในการผลิตอย่างครบถ้วน ได้แก่ โรงเรือนแปรรูปกาแฟ โกดัง เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตกาแฟ เป็นต้น ทั้งยัง จัดอบรมให้ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้มาเยือนแหล่งนิเวศและชมกาแฟรักษาป่า พร้อมลิ้มลองรสชาติกาแฟออร์แกนิคแท้ๆ ถึงแหล่งเพาะปลูกอีกด้วย
ในส่วนของการตลาด เซ็นทรัล ทำ ได้เข้าไปพัฒนาเมล็ดกาแฟภายใต้แบรนด์ good goods ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. และ GMP มาจำหน่ายที่ร้าน good goods และ ท็อปส์ มาร์เก็ต ในรูปแบบเครื่องดื่มและเมล็ดกาแฟ จนได้รับรางวัลสำหรับ Honey process