อัลบั้มเดบิวต์ของเทย์เลอร์นับเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกสู่เส้นทางศิลปินอย่างแท้จริง เธอเริ่มกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น และด้วยความสามารถทางดนตรีที่มีนั้นก็ทำให้อัลบั้ม Taylor Swift ได้เข้าชิง Academy of Country Music Awards 2008 ในสาขาอัลบั้มแห่งปี ถึงแม้ว่าจะพลาดรางวัลดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย แต่นี่กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องคันทรีสาวที่เดินขึ้นเวทีมาพร้อมกับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และกีตาร์คู่ใจของเธอ
💚เพลงจากอัลบั้ม Taylor Swift ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Tim McGraw
- Picture To Burn
- Teardrops On My Guitar
- Should've Said No
- Our Song
อีกทั้ง Fearless ถือเป็นอัลบั้มที่เป็นประตูสู่ความสำเร็จแรกในเส้นทางดนตรีของเทย์เลอร์เลยก็ว่าได้ อัลบั้มนี้พาเธอคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย หนึ่งในนั้นคือ American Music Awards ในสาขา Favorite Country Album และ รางวัล Grammy Awards แรกของเธอในสาขา Best Country Album และ Album of the Year นอกจากนี้เธอยังได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ต World Tour ครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า ‘The Fearless Tour’ ซึ่งมีทั้งเพลงจากอัลบั้มนี้และอัลบั้มก่อนหน้า
อัลบั้มนี้ผสมผสานความสนุกสนานและความเศร้าออกมาได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่มีเนื้อหาเพลงที่หลากหลายมากที่สุดของเทย์เลอร์ อย่าง ‘Sparks Fly’ หรือ ‘Mine’ ที่นำเสนอเรื่องราวการคลั่งรักใครสักคน ‘Mean’ เพลงตอบกลับเหล่านักวิจารณ์มากมายที่เคยวิจารณ์เธอ ที่สำคัญเพลงนี้ยังพาเธอคว้ารางวัล Grammy Awards ถึงสองสาขาคือ Best Country Solo Performance และ Best Country Song นอกจากนี้ยังมีเพลง ‘Last Kiss’ และ ‘Dear John’ เพลงชาติสำหรับคนอกหักด้วย
นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ Speak Now เป็นอัลบั้มที่แตกต่างออกมาจากสองอัลบั้มก่อนหน้าอย่างชัดเจนคือเพลง ‘Back To December’ ที่ได้บรรยายถึงความสัมพันธ์เก่ากับการเลิกราที่เธอยังคงคิดถึง ตลอดจนเป็นเพลงแรกที่เธอกล่าวคำขอโทษต่อความสัมพันธ์ที่ต้องจบลงในครั้งนี้ และที่สำคัญเพลงนี้ยังเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักเทย์เลอร์มากขึ้นด้วย โดยสามารถไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 6 บน Billboard Hot 100 ของสหรัฐอเมริกา
💜เพลงจากอัลบั้ม Speak Now ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Mine
- Sparks Fly
- Back To December
- Dear John
- Enchanted
4. Red (2012) สีแดงแห่งการเปลี่ยนผ่าน
หากทุกคนได้ฟังเพลงของเทย์เลอร์จากหลายอัลบั้มที่ผ่านมา ก็อาจจะมีบางเพลงที่ทุกคนฟังแล้วรู้สึกว่ามีความเป็นป๊อปค่อนข้างสูง จนหลายคนเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากแนวเพลงคันทรีสู่เพลงป๊อปอย่างช้าๆ ‘Red’ จึงเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านนั้น โดยมีเพลงไตเติล (title) ของอัลบั้มที่มีความป๊อปมากขึ้น อย่างเพลง ‘Red’, ‘22’, หรือ ‘I Knew You Were Trouble’ ที่เริ่มมีความเป็นป๊อปร็อคอย่างเห็นได้ชัด
Red เป็นอัลบั้มที่เทย์เลอร์ได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกที่เธอต้องเจอในความสัมพันธ์ที่สุดจะซับซ้อนและอลหม่านตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ทั้งความสับสน ความบ้าคลั่ง ความรักอันแรงกล้า ตลอดจนความเป็นพิษในความสัมพันธ์ ที่ตัวเธอมองว่าอารมณ์เหล่านี้ของเธอล้วนเป็นสีแดง
❤️เพลงจากอัลบั้ม Red ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Red
- I Knew You Were Trouble
- All To Well
- We Are Never Ever Getting Back Together
- Everything Has Changed (feat. Ed Sheeran)
5. 1989 (2014) ตัวตนที่เธอมองเห็นอย่างแท้จริง
หากอัลบั้ม Red คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน '1989’ ก็คืออัลบั้มที่เทย์เลอร์ได้เปลี่ยนจากศิลปินคันทรีมาสู่ศิลปินป๊อปอย่างเต็มตัว โดยเทย์เลอร์ได้ตั้งชื่ออัลบั้มนี้ตามปีเกิดของเธอ อีกทั้งเธอยังมีแรงบันดาลใจในการทำอัลบั้มนี้จากเพลงป๊อปยุค 80s ด้วย
เบื้องหลังการเปลี่ยนแนวเพลงของเธอในครั้งนี้ที่ถูกซ่อนเอาไว้คือ ความมุ่งมั่นและตั้งใจอันแรงกล้าที่จะก้าวสู่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ รวมถึงความต้องการที่จะทำดนตรีในแบบที่เป็นตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจถึงกระแสหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ เธอมองว่าไม่ว่าอัลบั้มนี้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เธอก็ต้องยอมรับว่านี่คือตัวตนของเธอที่เธอเลือก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนในครั้งนี้กลับประสบความสำเร็จ ด้วยรางวัลการันตีจาก Grammy Awards ครั้งที่ 58 ในสาขา Album of the Year ซึ่งถือเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ได้รางวัลดังกล่าวถึงสองครั้ง เธอยังได้รับรางวัลจาเวที 2015 MTV Video Music Awards สาขา Best Pop Vocal album และสาขา Best Music Video จากมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Bad Blood’ เพลงที่เธอได้นำเหล่าศิลปินชั้นนำกว่าสิบชีวิตมาร่วมอยู่ในมิวสิกวิดีโอนี้ อาทิ เซลีนา โกเมซ, จีจี้ ฮาดิด, เอลลี่ กูลดิ้ง
🩵เพลงจากอัลบั้ม 1989 ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Blank Space
- Style
- All You Had To Do Was Stay
- Wildest Dream
- This Love
ในอัลบั้มนี้เราจะได้เห็นเทย์เลอร์คนใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าและความดุดันที่มีมากขึ้น ซึ่งเธอได้ถ่ายทอดมุมมองใหม่ต่อการมองโลกที่แตกต่างออกไปจากอัลบั้มก่อนๆ โดยเธอต้องการแสดงให้คนที่ไม่ชอบเธอหรือคนที่วิพากษ์วิจารณ์เธอ ให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับรู้ว่าตัวเธอเองก็ไม่ชอบพวกเขาเหมือนกัน เธอถ่ายทอดความรู้สึกดังกล่าวอย่างชัดเจนผ่าน ‘Look What You Made Me Do’ เพลงแรกของอัลบั้มที่เทย์เลอร์ปล่อยออกมาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอที่ได้สอดแทรก easter eggs บอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเธอกับคนอื่นๆ เอาไว้มากมาย
ไม่ใช่แค่มุมมองต่อโลกของเทย์เลอร์ที่เปลี่ยนไป แต่รวมถึงมุมมองความรักที่ถูกนำเสนอออกมาใน Reputation ด้วยเช่นกัน ทว่าในครั้งนี้การนำเสนอเรื่องราวความรักของเธอกลับต่างออกไปจากรูปแบบเดิมๆ กล่าวคือ เธอแสดงทัศนะต่อความรักของคนมีชื่อเสียงที่ทั้งหวือหวาและรวดเร็วผ่านเพลง ‘Getaway Car’ ที่ความรักมักจะออกตัวแรงในตอนเริ่มต้น แต่กลับต้องเผชิญอุปสรรครอบข้างมากมาย จนสุดท้ายก็ต้องเลิกรา อย่างไรก็ดีเธอยังแอบแฝงเพลงรักหวานซึ้งตัดกับอารมณ์ของทั้งอัลบั้มอย่าง ‘King Of My Heart’ ทำให้ Reputation เป็นอัลบั้มที่มีความหลากหลายของอารมณ์และเนื้อหามากที่สุดอัลบั้มหนึ่งเลย
🖤เพลงจากอัลบั้ม Reputation ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- ...Ready For It?
- Don't Blame Me
- Delicate
- Look What You Made Me Do
- Getaway Car
นอกจากนี้อัลบั้ม Lover ยังมีเนื้อหาเพลงใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฏในอัลบั้มอื่นๆ มาก่อนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอเพลงที่แฝงไปด้วยแนวคิดทางการเมืองและเรื่องเพศของเธออย่างเพลง ‘You Need To Calm Down’ ที่แสดงออกถึงพลังของ LGBTQ+ และการตอกกลับบรรดาพวกกลัวคนรักร่วมเพศ (homophobes) รวมถึงเพลงที่พูดเรื่องการกีดกันทางเพศอย่างในสังคมอย่าง ‘The Man’ ที่ถ่ายทอดจุดยืนของเธออย่างชัดเจนต่อการต่อต้านการถูกเหยียดเพศจากผู้ชาย
หนึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในอัลบั้มนี้ เมื่อเทย์เลอร์หมดสัญญา กับ Big Machine Records ค่ายเพลงดั้งเดิมของเธอที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่อัลบั้มเดบิวต์จนถึง Reputation ทำให้เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ Republic Records แทน แม้ตัวเธอจะย้ายมาค่ายใหม่แล้ว ทว่าลิขสิทธิ์เพลงต่างๆ ก่อนหน้ากลับไม่ได้ย้ายตามเธอมาด้วย เพราะตามสัญญาที่เธอเซ็นกับ Big Machine Records ตั้งแต่ครั้งแรก เพลงของเธอทั้งหมดจะตกเป็นของค่ายแต่เพียงผู้เดียว โดยเรื่องราวความวายป่วงยังไม่จบลงแค่นี้ ทาง Big Machine Records กลับขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของเทย์เลอร์ให้กับ สกูเตอร์ บรอน ที่สำคัญสกูเตอร์ยังสนิทกับคานเยด้วย ซึ่งทั้งคู่คือคนที่มีปัญหากับเทย์เลอร์มาตลอดตั้งแต่ช่วงแรกที่เธอก้าวเข้ามาสู่เส้นทางศิลปิน ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เทย์เลอร์อัดเพลงใหม่ของเธอเองใหม่ทั้งหมด โดยการใส่เพลงที่เคยแต่งเอาไว้ในแต่ละอัลบั้มใส่เข้าไปเพิ่ม เพลงที่เธออัดใหม่ทั้งหมดจะใช้ชื่อว่า Taylor’s Version ซึ่ง ณ ขณะนี้อัดใหม่ไปแล้ว 4 อัลบั้ม ได้แก่ Fearless, Speak Now, Red และ 1989 โดยเหลืออีกสองอัลบั้มคือ Taylor Swift และ Reputation
🩷เพลงจากอัลบั้ม Lover ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Cruel Summer
- Lover
- I Think He Knows
- Cornelia Street
- Daylight
ด้วยแนวดนตรีที่เปลี่ยนไป ทำให้อัลบั้มนี้ของเธออาจจะแปลกหูสำหรับแฟนเพลงของเธอไปเล็กน้อย ทว่าการเปลี่ยนแปลงของเธอในครั้งนี้กลับประสบความสำเร็จในเส้นทางดนตรีของเธอเป็นอย่างมาก โดย Folklore ทำให้เธอได้รางวัล Grammy Awards ในสาขา Album of the Year ซึ่งถือเป็นครั้งที่สามที่เธอสามารถคว้ารางวัลนี้มาครอบครองได้สำเร็จ
🩶เพลงจากอัลบั้ม Folklore ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- The 1
- Cardigan
- Exile (feat. Bon Iver)
- August
- Betty
ในอัลบั้มนี้ยังได้ ลานา เดล เรย์ ศิลปินเพื่อนรักของเทย์เลอร์มาร่วมฟีเจอริงในเพลง ‘Snow On The Beach’ เพลงรักชวนฝัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงยอดนิยมในอัลบั้มนี้ ที่ถึงแม้ว่าแฟนๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลานาร้องน้อยเกินไป (ทำให้เทย์เลอร์ตัดสินใจอัดเพลงนี้อีกรอบในเวอร์ชั่น More Lana Del Rey) นอกจากนี้เธอยังได้มีการปล่อยเวอร์ชั่น 3am Tracks ซึ่งมีเพิ่มมาอีก 7 เพลง จากในตอนแรกที่เธอตัดเพลงเหล่านี้ออกไปในเวอร์ชั่นเปิดตัว
อย่างไรก็ตาม Midnights ยังเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่เธอได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น ‘Anti-Hero’ เพลงที่เธอตั้งใจนำเสนอมุมมองที่เธอมีต่อเรื่องราวดราม่ามากมายในชีวิต บางครั้งเธอก็โทษการกระทำของตนเอง บางครั้งเธอก็รู้สึกว่านี่ก็ไม่ใช่ตัวตนของเธอ ทว่าการค้นพบเรื่องราวต่างๆ ยามค่ำคืนของเธอในอัลบั้มนี้กลับพาเธอไปคว้ารางวัล Grammy Awards อีกครั้ง ในสาขา Album of the Year (ครั้งที่ 4 ของเทย์เลอร์) และ Best Pop Vocal Album ซึ่งเธอพึ่งรับรางวัลนี้ไปเมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมานี่เอง
💙เพลงจากอัลบั้ม Midnights ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Lavender Haze
- Anti-Hero
- You’re On Your Own, Kid
- Sweet Nothing
- Mastermind
11. The Tortured Poets Department (2024) กวีบทใหม่ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์
นอกจากนี้เทย์เลอร์ยังเซอร์ไพรส์แฟนคลับของเธอด้วยการปล่อยเพลงลับของอัลบั้ม (secret double album) ในเวอร์ชั่น The Anthology เพิ่มให้ฟังกันเพิ่มอีก 15 เพลง รวมแล้ววันนี้แฟนคลับของเทย์เลอร์จะได้ฟังเพลงใหม่ทั้งหมด 31 เพลง โดยได้ปล่อยลงทุกสตรีมมิ่งเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าวันนี้ทุกคนจะได้ซึมซับเพลงของเธอใน The Tortured Poets Department กันอย่างจุใจแน่นอน
ในอัลบั้ม The Tortured Poets Department นี้ยังได้ โพสต์ มาโลน มาร่วมฟีเจอริงกันในเพลง ‘Fortnight’ และ Florence + The Machine มาร่วมฟีเจอริงกันในเพลง ‘Florida!!!’ ด้วย
หลังจากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า The Tortured Poets Department จะพาเทย์เลอร์ไปในทิศทางไหนบนเส้นทางดนตรี รวมถึงอัลบั้มนี้จะพาเธอคว้ารางวัลอะไรมาครอบครองได้หรือไม่
🧡เพลงจากอัลบั้ม The Tortured Poets Department ที่อยากแนะนำให้ได้ฟัง
- Fortnight (feat. Post Malone)
- The Tortured Poets Department
- But Daddy I Love him
- Florida!!! (feat. Florence + The Machine)
- imgonnagetyouback