svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สุขภาพ และ ความงาม

เปิดข้อมูล ปลูกฝีสู้ "ฝีดาษลิง" แผลวัคซีนฝีดาษ ต่างกับ วัณโรค อย่างไร?

02 มิถุนายน 2565
666

หมอยง ย้อนประวัติการปลูกฝี เพื่อป้องกันโรคฝีดาษ พร้อมเผยภาพความแตกต่างระหว่าง "แผลปลูกฝีโรคฝีดาษ กับ วัณโรค" ต่างกันอย่างไร ชี้ผู้เคยปลูกฝีลดเสี่ยงฝีดาษลิงได้

2 มิถุนายน 2565 สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง กลับมาปะทุอีกครั้งในหลายประเทศภาคพื้นยุโรป ทั้งที่ไม่ใช่โรคประจำถิ่นของพื้นที่ โดยในอดีตของการแพร่ระบาด แพทย์จะการรับมือ โรคฝีดาษ ด้วยการปลูกฝี แต่ทั่วโลกได้ยกเลิกมานับสิบปีแล้ว

 

ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือ “หมอยง” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” เรื่อง “วัคซีนป้องกันฝีดาษ ประเทศไทยเลิกปลูกฝีเมื่อใด” เผยถึงประวัติความเป็นมาการปลูกฝี พร้อมเปรียบเทียบรอบแผลจากการปลูกฝีระหว่าง โรคฝีดาษ กับ วัณโรค ต่างกันอย่างไร มีรายละเอียดดังนี้...

 

ผมเองจบแพทย์ในปี พ.ศ. 2517 และได้เรียนทางเด็กต่อ ในปีพ.ศ 2518 ก็ไม่ได้มีการปลูกฝีในโรงพยาบาลจุฬาฯแล้ว หลานผมเกิดในปี 2518, 2520 และลูกเกิด มกราคม 2523  ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคอย่างเดียว ไม่ได้ปลูกฝีแล้ว ดังแสดงใน รูปที่ 1 และ รูปที่ 2

 

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

ผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด และยังได้เคย ปลูกฝี ให้กับเด็กด้วยในช่วงจบใหม่ๆ ยังจำได้  มาทำคลินิกแถวตรอกจันทร์ ในปี 2521 คนจีนมักจะถามว่าทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ปลูกฝีแล้วหรือ การปลูกฝีเป็นที่ยอมรับของคนจีนเป็นอย่างมาก

  

อเมริกาและยุโรป เลิกปลูกฝีตั้งแต่ปีค.ศ 1970 ต้น หรือประมาณ 2513 ถึง 2514  ประเทศไทยเลิกปลูกฝีในโรงพยาบาลใหญ่ๆ  ประมาณปี 2517 ถึง 2518 แต่ขณะนั้นยังเลิกไม่ได้เด็ดขาด แต่การปลูกลดน้อยลงมาก เพราะไม่มีโรคฝีดาษในประเทศไทยมานานมาก ให้ดูแผลเป็นที่หัวไหล่ ถ้ามีการปลูกฝีและ  ป้องกันวัณโรค จะมี 2 แผลเป็น

 

รูปที่ 1

 

ประเทศสุดท้ายที่มี โรคฝีดาษ คือ ประเทศโซมาเลีย ในปีพ.ศ. 2520  และ องค์การอนามัยโลก ประกาศยกเลิกการปลูกฝี และถือว่าได้กวาดล้างโรคฝีดาษให้หมดไปแล้วในปี 2523  ทั่วโลกจึงได้มีการยกเลิกการปลูกฝีอย่างเป็นทางการ 

 

ประชากรในยุโรปและอเมริกา ที่อายุเกินกว่า 50 ปี จึงไม่ได้รับการปลูกฝี ส่วนสำหรับประเทศกำลังพัฒนาเลิกปลูกฝี มาประมาณ 40 ปี ประเทศไทยเลิกก่อน  โดยเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2517  และไปเลิกเด็ดขาดตามองค์การอนามัยโลก ในปีพ.ศ. 2523

 

รูปที่ 2

ก่อนหน้านี้ หมอยง เคยโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 29 พ.ค.65 ระบุว่า วัคซีนฝีดาษ สามารถป้องกันฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง ได้ ได้มีการพัฒนากันมาตามลำดับ ถึงสามชั้นแล้ว

 

1st generation มีการใช้มากว่า 200 ปี เริ่มจากเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์  (Cow lymph) ใช้น้ำเหลืองของวัวทำให้ติดเชื้อ ต่อมามีการพัฒนาให้ดีขึ้น freeze-dry ให้มีคุณภาพเก็บได้นาน ใส่ยาปฏิชีวนะ ป้องกันการปนเปื้อนแบคทีเรีย (Dryvax) วัคซีนในชั้นนี้ได้ใช้จนกวาดล้างฝีดาษหมดไป

 

2nd generation cell culture วัคซีน  เพาะเลี้ยงเชื้อบน Vero cell (ACAM2000) บริษัท Acambis ได้ไวรัสที่บริสุทธิ์ เพื่อลดการปนเปื้อน วัคซีนนี้ได้พัฒนาขึ้นมาในช่วงที่จะใช้ในการป้องกัน อาวุธชีวภาพ ได้มีการปลูกฝีไปหลายหมื่นคน ในบุคลากรด่านหน้าของอเมริกา

 

3rd generation ใช้สายพันธุ์ Vaccinia มาดัดแปลงพันธุกรรม (Modified Vaccinia Ankara) ผลิตโดย Bavarian Nordic ใช้ชื่อ MVA-BN เป็นไวรัสมีชีวิต ทำให้อ่อนฤทธิ์ ไม่สามารถแบ่งตัวได้ ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง สร้างภูมิต้านทาน ไม่เกิดตุ่มหนอง
 

เปิดข้อมูล ปลูกฝีสู้ "ฝีดาษลิง" แผลวัคซีนฝีดาษ ต่างกับ วัณโรค อย่างไร?