เปิดตัว iPhone 13 ครบ 4 รุ่น พร้อมชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดที่ทำให้เครื่องทำงานได้ไวขึ้น แรงขึ้น และมีสีใหม่ให้เลือกด้วย เริ่มเปิดจองในไทย 1 ตุลาคมนี้

แอปเปิลเปิดตัว iPhone 13 สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท ซึ่งในปีนี้ ยังคงออกมาทั้งหมด 4 รุ่นคือ iPhone 13 รุ่นปกติ, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับชิปเซ็ต A15 Bionic ใหม่ล่าสุด ที่มีประสิทธิภาพกว่ารุ่นก่อนถึง 50% ประมวลผลกราฟฟิกได้เร็วกว่าเดิม 30% และประหยัดพลังงานมากขึ้น

iPhone 13 มาแล้ว พร้อมชิปเซ็ตใหม่ แรงกว่าเดิม สำหรับ iPhone 13 และ iPhone 13 mini มาพร้อมหน้าจอ OLED Super Retina XDR เวอร์ชันใหม่ ขนาด 6.1 นิ้ว และ 5.4 นิ้ว ตามลำดับ มีค่าความสว่างมากขึ้น ส่วนกล้องหลังได้รับการอัปเกรดใหม่ ด้วยกล้องหลัก 12MP และ กล้อง Ultra-Wide 12MP ที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่กว่าเดิม พร้อมความสามารถเก็บแสงได้มากขึ้น ตัวเครื่องมีคุณสมบัติป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 ตัวเครื่องมีสีให้เลือก 5 สี รวมทั้งสีใหม่อย่างสีชมพู

iPhone 13 มาแล้ว พร้อมชิปเซ็ตใหม่ แรงกว่าเดิม ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max มาพร้อมหน้าจอ OLED Super Retina XDR เวอร์ชันใหม่ ขนาด 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว ตามลำดับ มีค่าความสว่างสูงถึง 1000 นิต หน้าจอปรับ Refresh Rate ได้แบบอัตโนมัติเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลกว่าเดิม

iPhone 13 มาแล้ว พร้อมชิปเซ็ตใหม่ แรงกว่าเดิม

ส่วนการถ่ายภาพมาพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัวที่อัปเกรดจากเดิม โดยเป็นกล้อง wide ความละเอียด 12 MP กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12 MP และกล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 MP มาพร้อมโหมดถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพ ตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี มีสีฟ้าเป็นสีใหม่

 

iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่น เตรียมเปิดจองในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยมีราคาให้เลือกตั้งแต่ 25,900 บาท ไปจนถึง 62,900 บาท