กรณี นาที รัชกิจประการ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 ไม่อยู่ในห้องประชุมสภาฯ แต่ในวันเดียวกันนั้นได้ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปยัง นครเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับคณะศึกษาดูงานตามโครงการพัฒนาความสัมพันธ์ ด้านการศึกษาการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนระหว่างจังหวัดระนอง กับเมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน ระหว่างวันที่ 11 – 15 มกราคม 2563
นาที กลับถึงประเทศไทย เมื่อเวลา 02.40 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2563 ในช่วงวัน และเวลาที่ นาที ไม่อยู่ในที่ประชุมสภาฯ กลับปรากฏชื่อ นาที ร่วมแสดงตน และลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2563 ตั้งแต่มาตรา 43 ลงมติเวลา 14.29 น.ถึงมาตรา 49 ลงมติเวลา 15.46 น.
ส่วนกรณี สมบูรณ์ ซารัมย์ ไม่ปรากฏหลักฐานเสียบบัตรแทนกัน
กรณี ภริม พูลเจริญ และ ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ภริม ยอมรับว่าลงคะแนนแทน ทวิรัฐ จริง เนื่องจาก ทวิรัฐ ไม่สามารถกดบัตรลงคะแนนด้วยตนเองได้ โดย ทวิรัฐ ยืนยันไม่ได้มีเจตนาให้ใครมากดแทน
ส่วนกรณี โกวิทย์ พวงงาม จากคลิปวีดิทัศน์ ไม่ปรากฏชัดเสียบบัตรเข้าออกหลายครั้ง
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล ระบุพฤติการณ์ ของ สมบูรณ์ ซารัมย์ และโกวิทย์ พวงงาม ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า มีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตน และลงมติแทนสมาชิกฯ รายอื่นตามท่ีกล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป