กรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กับพวกที่เป็นเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า ร่วมกันระบายข้าว 3 แสนตัน ให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ปรับปรุงข้าวเพื่อส่งมอบให้แก่ประเทศ อินโดนีเซีย ตามสัญญาการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี หรือข้าวบูล็อค
กรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าการกระทำของนายกิตติรัตน์ เข้าข่ายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
ส่วนอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่กรมการค้าต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า อีก 10 ราย ถูกชี้มูลความผิดตามกฎหมายอื่น
สำหรับ บริษัท สยามอินดิก้า มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงในลักษณะนอมินีของ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ของ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร ที่ถูกศาลล้มละลาย พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ล.18747/2552 รวมทั้งเคยเป็นคู่สัญญาการค้าขายข้าวกับรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2544/2545 และปี 2546/2547 จำนวน 1.9 ล้านตัน แต่ไม่สามารถส่งมอบข้าวได้ตามสัญญา ผลประโยชน์ที่รัฐควรได้จึงตกไปเป็นของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวกพ้องที่เป็นนักการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เอื้อประโยชน์แก่กันและกันต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด อัยการสูงสุด สิงห์ชัย ทนินซ้อน มีความเห็นพ้องนายกิตติรัตน์ กับพวก ตามที่ คณะกรรมการร่วมอัยการ และป.ป.ช. เห็นว่ามีหลักฐานพอฟ้อง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก คดีปรับปรุงข้าวส่งออกไปยังอินโดนีเซีย เอื้อประบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด หรือคดีข้าวบูล็อค