แต่ก่อนนำเข้าครม. พบว่าวันที่ 4 ก.ย.2554 ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ โทรสั่งการนั้น เป็นวันอาทิตย์ หยุดราชการ จึงได้แก้ไขบันทึกข้อความทั้ง 2 ฉบับ เปลี่ยนเป็นวันที่ 5 ก.ย.2554 ก่อนนำเสนอให้ครม. เห็นชอบ วันที่ 6 ก.ย.2554 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เสนอเข้าเป็นวาระจร และครม. มีมติรับทราบการโอนนายถวิล
การดำเนินการดังกล่าวเร่งรีบ รวบรัด กระทำการภายใน 4 วัน เท่านั้น
นายถวิล ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลปกครอง และเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2557 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เป็นการลดบทบาท และอำนาจหน้าที่ลง โดยไม่แสดงเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายถวิล ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีข้อบกพร่องหรือไม่สนองนโยบายของรัฐบาล จึงถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยกระบวนการ หลังอัยการสุงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามประมวลวิธีพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อัยการ จะแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อมารายงานตัวต่อศาลฯ และในกรณีที่ตัวจำเลยไม่มา อัยการ สามารถยื่นฟ้องและดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้
สำหรับอัตราโทษในคดีนี้ มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ