คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรการรถไฟ จำกัด มีการยักยอกเงินออกไปจากสหกรณ์ กว่า 2,800 ล้านบาท คดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2555-2559 สมาชิกเริ่มพบความไม่ชอบมาพากล ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ชุดนายบุญส่ง หงษ์ทอง และพวก นำมาสู่ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร

ปี 2560 ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เข้าไปทำคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ส่วนสมาชิกสหกรณ์ฯ เคยมาร้องขอกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แต่ขณะนั้น ดีเอสไอ พิจารณาว่าไม่เข้าเกณฑ์ “คดีพิเศษ” สุดท้ายกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีนี้ 

 

มิถุนายน 2563 ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้เวลา 4 เดือนกว่า สามารถแกะรอยหลักฐานต่าง ๆ ยืนยันความผิดของประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ และพวกรวม 9 ราย

 

ความผิดปกติของการบิหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ เกิดขึ้นช่วงปี 2552 นายบุญส่ง และพวก 9 ราย สลับตำแหน่งกันเป็นประธานและกรรมการตามวาระ ประกอบด้วย 

1.นายบุญส่ง หงษ์ทอง อายุ 70 ปี อดีตผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ 

2.น.ส.พิมพา รอดรัศมี อายุ 49 ปี

3.น.ส.อรชนก สงัดศัพท์ อายุ 31 ปี

4.นายวีระชัย ศรีสวัสดิ์ อายุ 59 ปี 

5.นางสุรัตน์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 69 ปี

6.นายประพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 37 ปี 

7.นายศุภกิจ อ้นอารี อายุ 44 ปี

8.นายปรีชา ธนะไพรินทร์ อายุ 63 ปี 

9.น.ส.ณัฐญาณิศ มหาโชติ อายุ 40 ปี

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

ตามระเบียบของสหกรณ์ฯ สมาชิกสามารถกู้เงินได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท กู้ได้คนละ 1 สัญญา และต้องชำระให้หมดก่อนจึงกู้ใหม่ได้ 

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

นายบุญส่ง เริ่มให้กู้คนละ 2-3 สัญญา แต่แล้วปี 2556 มีการปรับยอดเงินกู้พิเศษจาก 5 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท และมีการชักชวนสหกรณ์พันธมิตร 15 แห่ง ให้นำเงินมาฝากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟรวม 2,800 ล้านบาท

 

จากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี 2555-2559 นายบุญส่ง และพวกที่สลับกันเป็นประธาน และกรรมการสหกรณ์ฯ กู้เงินรวม 199 สัญญา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้กันเอง อนุมัติกันเอง กระทั่งมีการเปลี่ยนคณะผู้บริหารสหกรณ์ฯ เรื่องราวผิดปกตินี้จึงถูกเปิดเผย

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

 

ต่อมา DSI รับเป็นคดีพิเศษ และเริ่มตรวจสอบเส้นทางเงินจนพบแผนประทุษกรรม ร่วมกระทำความผิด ฐานทุจริตนำเงินออกจากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ 4 แผน คือ

 

1. ถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของสหกรณ์ แล้วนำไปฝากหรือโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา เพื่อไปซื้อทรัพย์สินโดยตรงหรือไปซื้อแคชเชียร์เช็ค เพื่อชำระค่าทรัพย์สิน

 

2. ถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย ของสหกรณ์ แล้วนำไปซื้อทรัพย์สินโดยตรง

 

3.ทำสัญญากู้ยืมเงินกับสหกรณ์เพื่อซื้อทรัพย์สิน แล้วนำทรัพย์สินนั้นไปจำนองเพื่อประกันหนี้เงินกู้ 

ต่อมามีการแก้ไขบัญชีย่อยลูกหนี้โดยการปิดหนี้กู้ยืมดังกล่าว แต่ไม่มีการชำระหนี้จริง

 

4.กู้เงินสหกรณ์ แล้วนำอสังหาริมทรัพย์ของตนเองมาจำนองเป็นประกัน ต่อมามีการแก้ไขบัญชีย่อยลูกหนี้โดยการปิดหนี้กู้ยืม โดยไม่มีการชำระหนี้จริง

 

5.แก้ไขบัญชีย่อยลูกหนี้ เงินกู้สหกรณ์โดยไม่มีการชำระหนี้จริง และโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่จำนอง เป็นประกันหนี้ให้กับกลุ่มผู้ต้องหา

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

เงินที่นายบุญส่ง และพวก ยักยอกออกไปจากสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ได้นำไปฟอก ในธุรกิจต่าง ๆ เช่น โครงการ Alibaba Living House, โรงแรม Alibaba Living House 2, โครงการบ้านจัดสรรบุญสิตา และโครงการที่ดินจัดสรร Am Ranch &โครงการ 50 ไร่ โดยอ้างว่าสร้างบ้านจัดสรรเพื่อขายสมาชิกสหกรณ์ฯ ในราคาไม่แพง แต่เมื่อตรวจสอบลึกลงไป พบว่า เป็นการขายให้บุคคลอื่นไม่ใช่สมาชิกสหกรณ์ฯ และยังมีการนำเงินไปฟอกในธุรกิจเต็นท์รถ ซื้อทรัพย์สินมีค่า ของใช้แบรนด์เนม และเก็บไว้ในรูปแบบเงินสด 

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

ดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ภาคแรก 8 เม.ย. 2563 ยึดอายัดทรัพย์สินใน กรุงเทพฯ นนทบุรี และอ.เมือง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 80 ไร่ มูลค่า 85 ล้านบาท 

 

7 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ และเจ้าที่ ปปง.และตำรวจ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นำคำสั่งธุรกรรม ปปง. ตรวจยึดหอพักคีรียาเพลส ด้านหลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 54 ห้อง มูลค่าราคา 24.3 ล้านบาท

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

อดีตผู้บริหารและกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ร่วมกันทุจริต เบียดบังถ่ายเท มาซื้อทรัพย์สิน กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ สร้างความเสียหาย ให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์รถไฟ มากกว่า 2,800 ล้านบาท

ปฏิบัติการทุบหัวรถจักร ยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารสหกรณ์ฯรถไฟ

การติดตามยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำเงินชดใช้คืนสหกรณ์สโมสรรถไฟในฐานะผู้เสียหาย ตลอดจนสมาชิกสหกรณ์กว่า 6,000 ราย และสหกรณ์พันธมิตรอีก 15 แห่ง