ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า มาจากการได้รับแสงสว่างอย่างต่อเนื่องในเวลากลางคืน มันสามารถยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ ส่งผลให้แนวโน้มสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น แสงไฟอาจมีส่วนทำให้เกิดความเสี่ยงต่อ “โรคหลอดเลือดสมอง” จากการนอนหลับไม่เพียงพอ ตลอดจนคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดีนั่นเอง
มลพิษทางอากาศส่งผลต่อการนอนและโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน
นอกเหนือจากแสงไฟ การศึกษาครั้งนี้ยังวิเคราะห์ “มลพิษทางอากาศ” ซึ่งพบว่ามีผลกระทบที่แตกต่างจากการสัมผัสแสง ดังนี้
- คนที่สัมผัสมลพิษทางอากาศจาก “การเผาไหม้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลและไม้” ในระดับสูงสุด มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่สัมผัสในระดับต่ำสุด
- คนที่สัมผัสมลพิษทางอากาศจาก “ฝุ่นละอองหรือควัน” ในระดับสูงสุด มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นถึง 50%
- คนที่สัมผัสไนโตรเจนออกไซด์จาก “ยานพาหนะและโรงงาน” ในระดับสูงสุด มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้น 31%
“เราจำเป็นต้องพัฒนานโยบาย อีกทั้งกลยุทธ์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดปัญหาโรคจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะทางแสงและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมีมลพิษทั่วโลก” เจี้ยน-ปิง หวาง กล่าวทิ้งท้าย
อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้างต้นอาจไม่สามารถนำไปใช้กับผู้คนในเมืองอื่นได้ เนื่องจากยังขาดเงื่อนไขอีกหลายประการ รวมถึงขาดข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ให้แสงสว่างภายในอาคาร จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมให้แน่ชัดต่อไป
คำแนะนำในการลดแสงสว่างตอนกลางคืน
นักวิจัยได้แนะนำวิธีง่ายๆ เพื่อตรวจสอบว่าแสงไฟในห้องนอนสว่างเกินไปหรือไม่คือ หากยังสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องนอนได้ดีแสดงว่าแสงไฟสว่างเกินไป พร้อมเผยว่า "ควรปิดไฟ" แต่หากจำเป็นต้องมีแสงไฟเพื่อความปลอดภัยก็ควรใช้ไฟที่มีแสงสลัวบนพื้น และใช้ไฟสีเหลืองหรือแดง/ส้ม เนื่องจากไฟที่มีสีเหล่านี้จะกระตุ้นสมองน้อย โดยควรหลีกเลี่ยงแสงไฟสีขาวหรือสีฟ้า และใช้ผ้าม่านที่ทึบหรือ Eye Mask หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงไฟที่มาจากนอกห้องนอนได้ รวมทั้งควรขยับเตียงนอนเพื่อไม่ให้แสงไฟจากนอกห้องนอนส่องมาบนใบหน้า ... รู้แบบนี้แล้วลองไปปรับใช้กับการนอนของเราดู เพื่อคุณภาพการนอนที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกินขึ้นในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง :