เนชั่นทีวี

Lifestyle

“หมอธีระวัฒน์” เปิดผลกระทบ "วัคซีนโควิด" พบอักเสบในเลือด มีผลต่อสมอง

12 มี.ค. 2567 | ratchata

“หมอธีระวัฒน์” เปิดผลกระทบ "วัคซีนโควิด" พบอักเสบในเลือด มีผลต่อสมอง

"หมอดื้อ" เปิดผลกระทบจากการใช้วัคซีนโควิด ในกลุ่มผู้วัคซีนเกือบ 100 ราย เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 1 ปี พบอักเสบในเลือดและผลกระทบต่อสมอง หวั่นภาวะสมองเสื่อมได้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ สอดคล้องคำเตือนระดับนานาชาติ

12 มีนาคม 2567 จากกรณีเรื่องราวน่าตกตะลึงเกี่ยวกับ วัคซีนโควิด เปิดเผยจาก “หมอธีระวัฒน์” นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ หมอดื้อ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha" ถึงข้อมูลทางการแพทย์ ระบุว่า...

"คนที่ยังไม่ตายหรือตายแล้ว จากวัคซีนโควิด mRNA พบ : แท่งย้วยสีขาว (white clot) คล้ายหนวดปลาหมึก ไม่เคยพบมาก่อน"

ขณะที่ในเวลาต่อมา กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแพทย์นิติเวช ออกมาโต้แย้งว่า "แท่งย้วยสีขาว" เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปรกติ และพบเจอทางการแพทย์มานานแล้ว จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบของวัคซีนว่าสรุปแล้วมีมากหรือน้อยเพียงใด? ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้ 

ล่าสุด นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ หมอดื้อ โพสต์ถึงผลการศึกษาผลกระทบจากวัคซีนโควิด โดยภาควิชาอายุรศาสตร์และสาขาประสาทวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ติดตามศึกษามาประมาณ 1 ปี มีรายละเอียด ระบุว่า...

ผลติดตามผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้วัคซีนโควิด-19 เกือบ 100 ราย พบอาการรุนแรงและยืดเยื้อขึ้นหลังจากไม่มีเชื้อ และมีการปะทุขึ้นของโรคที่สงบไปแล้ว รวมทั้งการอักเสบในสมอง โปรตีนพิษอัลไซเมอร์ในสมองเพิ่มขึ้น มีการทำลายเนื้อสมอง เสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมขึ้นเงียบๆ

“กลุ่มอาการหลังวัคซีนโควิด (ตอนที่1)”
ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบหรือภาวะแทรกซ้อนจากการใช้วัคซีนโควิด-19 ซึ่งยังมีปัญหาในการรายผลเข้าระบบทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ดังรายงานในวารสารทางการแพทย์ของอังกฤษ British Medical Journal ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2023 ตั้งคำถามถึงระบบในสหรัฐฯ ที่รับรายงานผลแทรกซ้อนของวัคซีนที่เรียกว่า vaccine adverse event reporting system (VAERS) โดยยกตัวอย่างหมอในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับวัคซีนและเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง พยายามที่จะรายงานเข้าระบบแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนักรวมทั้งเป็นความซับซ้อนที่จะได้รับการติดตามสืบหารายละเอียดต่อ 

ในประเทศไทยเองนั้นดำเนินตามประเทศต่างๆ ที่ให้มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมได้มากที่สุด ดังนั้นจะพบได้ว่ามีรายงานที่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน หรือให้มีการพิสูจน์ก่อนว่าวัคซีนเป็นสาเหตุ ซึ่งอาจจะแทบเป็นไปไม่ได้ในผู้ที่ได้รับผลกระทบและแพทย์ที่ดูคนไข้ เพราะต้องมีการสืบสวนหาสาเหตุด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายชนิดด้วยกัน
“หมอธีระวัฒน์” เปิดผลกระทบ "วัคซีนโควิด" พบอักเสบในเลือด มีผลต่อสมอง

แม้มีความยากลำบากในการพิสูจน์ความเกี่ยวโยงกับวัคซีน แต่ก็เริ่มมีการวิเคราะห์สาเหตุการตายที่สูงเกินกว่าที่จะอธิบายได้เมื่อเทียบในช่วงเวลาก่อนโควิด ในระหว่างการระบาดของโควิด หลังจากระบาดเริ่มสงบไปแล้ว และในช่วงที่เริ่มมีการใช้วัคซีน ที่เรียกว่าอัตรา excess deaths 

นอกจากนั้น ยังมีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทอดยาวเป็นเวลานานเกินกว่าสามเดือนหลังจากติดเชื้อโควิดที่เรียกว่า ลองโควิด (long covid) โดยมีทั้งอาการทางระบบหัวใจและปอด ระบบสมองประสาทและกล้ามเนื้อ ภาวะที่มีการอักเสบของผิวหนัง เส้นเอ็นพังผืด กล้ามเนื้อ ข้อ ตลอดจนการปะทุขึ้นของโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือโรคที่สงบไปแล้ว 

รวมทั้งมะเร็งและการเกิดเริม งูสวัด ซึ่งไวรัสเหล่านี้เป็นไวรัสที่ซ่อนอยู่ในร่างกายจากการติดเชื้อเนิ่นนานมาแล้ว และถูกกดไม่ให้แสดงตัวออกมาจากการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย และยังรวมถึงการนอนหลับที่ผิดปกติหลับยากหลับกระท่อนกระแท่น จนถึงฮอร์โมนแปรปรวนทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุว่า คณะทำงานของเราร่วมกับภาควิชาอายุรศาสตร์และสาขาประสาทวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ทำการติดตามผู้ที่ได้รับผลกระทบในลักษณะนี้โดยอาการขณะที่เป็นโควิดไม่รุนแรง แต่อาการหลังจากนั้นกลับรุนแรงและยืดยาว และสืบค้นผู้ได้รับผลกระทบจากวัคซีนชนิดต่างๆ ทั้งหมดแล้วเกือบ 100 รายด้วยกัน โดยติดตามหลายวาระเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี

สิ่งที่น่าตกใจก็คือแม้ว่าอาการตอนแรกหลังจากติดเชื้อโควิดหรือหลังจากได้รับวัคซีนมีผลไม่มากนักแต่ระยะต่อมามีผลกระทบแม้ว่าอาการจะเริ่มสงบไปแล้วก็ตาม โดยผลกระทบสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการวิเคราะห์การอักเสบในเลือด 13 ชนิด และผลกระทบต่อสมองโดยมีการจุดปะทุของการอักเสบในสมองจากเซลล์ Astroglia microglia ที่เรียกว่า GFAP และมีระดับของโปรตีนพิษอัลไซเมอร์ในสมองรวมทั้งมีการทำลายเนื้อสมองด้วย

ลักษณะนี้ทำให้ต้องตระหนักว่าภาวะสมองเสื่อมได้เกิดขึ้นเงียบๆ โดยไม่แสดงอาการด้วยซ้ำและจะสามารถดำเนินต่อไปได้จากภาวะของโรคเมตาบอลิค ของตนเองทั้งอ้วน เบาหวานความดันสูง การไม่ออกกำลัง อาหารที่มากด้วยเนื้อสัตว์การขาดการบริโภคผักผลไม้กากไย

สมองเสื่อมในลักษณะนี้เป็นที่ตระหนักและมีการประกาศจากสมาคมสมองเสื่อมของสหรัฐและนานาชาติมาตั้งแต่ช่วงโควิดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
“หมอธีระวัฒน์” เปิดผลกระทบ "วัคซีนโควิด" พบอักเสบในเลือด มีผลต่อสมอง
 

ข่าวล่าสุด