svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สุขภาพ

ความลับของ "กล้วย" ต่อสมอง กินเป็นยา ราคาถูกกว่าซื้อยากิน

01 ธันวาคม 2566
3.9 k

เรื่องกล้วยๆ กับสุขภาพ ครั้งนี้เรามี "ความลับของกล้วย" เกี่ยวกับสมองและโรคซึมเศร้าที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาบอกต่อ พร้อมเหตุผลดีๆ ที่เราควรกินกล้วยทุกวัน!!

ถิ่นกำเนิดของ "กล้วย" อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชล้มลุกในสกุลมูซา (Musa) ที่มีมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่นิยมปลูกแพร่หลายและคนไทยส่วนใหญ่นิยมรับประทานประกอบด้วย กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง ส่วนที่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้านประกอบด้วย กล้วยนิ้วมือนาง กล้วยนางพญา กล้วยนาค กล้วยหิน กล้วยงาช้าง และกล้วยเทพรส

ความลับของ "กล้วย" ต่อสมอง กินเป็นยา ราคาถูกกว่าซื้อยากิน

"กล้วย 1 ผล"

ในกล้วยเพียง 1 ผล ให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลจากธรรมชาติถึง 3 ชนิด ทั้งซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย แถมยังอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุนานาชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน นอกจากนี้ ยังมีเส้นใยและกากอาหาร กล้วยจึงไม่ใช่เพียงแค่ผลไม้ที่เพิ่มพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติช่วยเอาชนะและป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค

กล้วย : ผลไม้เพิ่มสารแห่งความสุข

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้คนเรามีภาวะเครียด วิตกกังวล จนถึงขั้นทำให้เป็น "โรคซึมเศร้า" เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาเรื่องงาน การเงิน หรือปัญหาครอบครัว ปัจจัยทางด้านลบจากอารมณ์ส่งผลต่ออวัยวะภายใน รวมถึงสมดุลของฮอร์โมนหรือสารสื่อประสาทต่างๆ ที่ควบคุมให้การทำงานของร่างกายเป็นปกติ

ในช่วงนี้มีข่าวหลายชีวิตที่จากไปด้วยโรคซึมเศร้า พบว่าทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 1.4 ล้านคนซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าเป็นห่วง โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่ป่วย "มักไม่รู้ตัวว่าตนกำลังเป็นโรคซึมเศร้า" มารู้อีกทีอาจมีอาการรุนแรงจนเกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือคิดฆ่าตัวตายไปแล้ว ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการเบื่อหน่าย ท้อแท้ ซึมเศร้า กินมาก/น้อยเกินไป นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง วิตกกังวลรู้สึกตัวเองดูไร้ค่า และอยากฆ่าตัวตาย โดยอาการทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ขึ้นไป และเป็นตลอดทั้งวันหรือทุกวัน

แต่โรคซึมเศร้าสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้ชีวิตให้แข็งแรงทั้งกายและจิตใจ ออกกำลังกาย ทำจิตใจให้ผ่องใส ออกไปท่องเที่ยวพักผ่อน ออกจากจุดที่มีความเครียด หางานอดิเรกที่ชอบทำ ขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ รวมถึงการให้กำลังใจจากคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง นอกจากนี้ การรับประทานอาหารบางกลุ่มก็มีส่วนช่วยต้านและบรรเทาอาการโรคซึมเศร้าได้ด้วย

ความลับของ "กล้วย" ต่อสมอง กินเป็นยา ราคาถูกกว่าซื้อยากิน

หยุดซึมเศร้าด้วย "กล้วย"

กล้วย เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยดิบ ประกอบด้วยกรดอะมิโน "ทริปโตเฟน (Tryptophan)" ในปริมาณมาก ทำให้เกิดสร้าง "สารเซโรโทนิน (Serotonin)" เป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งที่หลายคนรู้จักในนาม "สารแห่งความสุข" ทำให้อารมณ์ดี ร่างกายอิ่มสุข นอกจากนี้ ยังมีวิตามิน A, B6, C, ไฟเบอร์, ฟอสฟอรัส, เหล็ก และคาร์โบไฮเดรต โดยคาร์โบไฮเดรตจะช่วยกระตุ้นให้การดูดซึมทริปโตเฟนในสมองดีขึ้น ในขณะที่วิตามินบี 6 ช่วยเปลี่ยนทริปโตเฟนให้เป็นฮอร์โมนเซโรโทนินซึ่งช่วยกระตุ้นอารมณ์แห่งความสุข และยังเปลี่ยนให้เป็นเมลาโทนิน ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

กล้วยจึงถูกนำมาใช้ในการบรรเทาภาวะต่างๆ เช่น ภาวะเครียด อาการนอนไม่หลับ ซึมเศร้า และวิตกกังวล นอกจากนี้ แร่ธาตุโพแทสเซียมในกล้วยยังสามารถลดความดันโลหิตได้อีกด้วย นอกจากนี้ "ทริปโตเฟน" ยังมีอยู่ในอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเหลือง ปลา

สำหรับกลุ่มอาหารที่มีส่วนช่วยลดอาการซึมเศร้า ยังประกอบด้วย "กลุ่มอาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา 3" เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ทูน่า เป็นต้น "ไข่" มีกรดอะมิโนที่สำคัญ ได้แก่ ทริปโตเฟนและไทโรซีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างสารซีโรโทนินสารแห่งความสุข "กลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน" เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ข้าวโพด ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น จะช่วยสร้างสารซีโรโทนินในสมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย และ "เห็ด" ทุกชนิด

         

ความลับเรื่องกล้วยๆ

...คนที่มีกลิ่นปากกวนใจ เพียงแต่กินกล้วยสุกหลังตื่นนอนแล้วจึงค่อยแปรงฟัน ทำอย่างนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ กลิ่นปากก็จะลดลง

 

ความลับของ "กล้วย" ต่อสมอง กินเป็นยา ราคาถูกกว่าซื้อยากิน

เหตุผลดีๆ ที่เราควรกินกล้วยทุกวัน!!

กล้วยมีประโยชน์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็น "โรคหลอดเลือดสมอง" ช่วยป้องกันการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมองได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของกล้วย คือลดความเสี่ยงต่อ "โรคความดันโลหิตสูง" เพราะในกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ จึงช่วยในการรักษาระดับความดันโลหิต ช่วยลดอันตรายจากการเกิดโรคต่างๆ ที่เกิดจากความดันโลหิต เช่น โรคเส้นเลือดฝอยแตก

กล้วยมีประโยชน์ช่วย "กระตุ้นความตื่นตัวให้กับสมอง" ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มที่ หากกินกล้วยเป็นอาหารเช้าได้ทุกวันก็จะดีมาก เพราะกล้วยจะไปเสริมสร้างกำลังของสมอง มาจากปริมาณโพแทสเซียมที่มีอยู่สูงในกล้วยสามารถช่วยให้มีความตื่นตัวในการทำงานได้มากขึ้น

ประโยชน์ของกล้วยคือมีส่วน "ช่วยลดอาการของโรคโลหิตจาง" เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเม็ดเลือดแดงคุณภาพดี ซึ่งช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้ และยังช่วยในกรณีที่ไม่มีแรง ให้กลับมามีกำลังได้อีกด้วย

ประโยชน์ของกล้วยช่วยแก้ปัญหา "อาการท้องผูก" ได้เป็นอย่างดีด้วยปริมาณเส้นใย และกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ มีไฟโตเคมิคัลที่ "ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง" ในกล้วยมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอาหาร และลำไส้ทำงานหนักน้อยลง

กล้วยมีประโยชน์อย่างมากในการ "ช่วยลดอาการซึมเศร้า" เพราะการกินกล้วยจะส่งผลดีต่อสมองและระบบประสาท เนื่องจากในกล้วยมีสาร Tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนให้เป็นสารเซโรโทนิน ที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น หายจากความกังวล ช่วยให้ "นอนหลับสบาย" ยิ่งขึ้น ถือเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการนอน หรือนอนไม่หลับเรื้อรัง

ประโยชน์ของกล้วย ยังช่วย "ลดความอ้วน" และดูแลรูปร่าง เพราะช่วย "ปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่" จึงช่วยลดอาการชอบกินจุบกินจิบลงได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานแต่พอดี เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีค่าน้ำตาลสูง โดยเฉพาะในกล้วยน้ำว้า อาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน หรือทำให้ผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานมีอาการแย่ลง  ดังนั้น จึงควรรับประทานในปริมาณที่พอดี ประมาณ 1-2 ลูก/วัน อีกทั้งยังมีโพแทสเซียมสูง ผู้ที่เป็นหัวใจไตบกพร่อง ควรจำกัดการรับประทาน อีกทั้งควรเลือกกินผักผลไม้ที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์