Perfectionist หมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ
ในบางรายอาจมีอาการทางพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมแบบ Perfectionist คือย้ำคิดย้ำทำหมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ เพราะในระดับจิตใต้สำนึกของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นจะมีความรู้สึกไม่มั่นคง สงสัย และไม่มั่นใจในคุณค่าของตัวเอง จึงพยายามทุ่มเท ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดี สมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐานเพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น และถ้างานไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง จะรู้สึกผิดหวังรุนแรง โกรธเกรี้ยวรุนแรง หงุดหงิดง่ายอย่างไม่สมเหตุสมผล
Workaholic กดดันตัวเองอย่างหนัก
บางรายอาจมาจากพฤติกรรม Workaholic ที่ทุ่มเทกับงานอย่างหนัก แบบหามรุ่งหามค่ำ กดดันตัวเองอย่างหนัก ไม่ยอมพักผ่อน เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีเยี่ยม สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งความคาดหวัง หมกมุ่นเหล่านี้ ก่อให้เกิดความเครียดสะสมหรือปัญหาการนอนไม่หลับ จนต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้เหล้า สุรา ยานอนหลับ หรือสารเสพติด
จับจุดสังเกตอาการพฤติกรรมแบบไหนเข้าข่ายโรคซึมเศร้า
คิดลบตลอดเวลา สิ้นหวัง มองโลกแง่ร้าย รู้สึกผิด ไร้ค่า ไม่มีทางเยียวยาได้ คิดทำร้ายตัวเอง พยายามฆ่าตัวตาย
ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หมดสนุก อ่อนเพลีย การทำงานแย่ลง ไม่มีสมาธิ ความจำเสื่อม การตัดสินใจไม่ดี
ซึมเศร้า กังวลตลอดเวลา หงุดหงิดฉุนเฉียว โกรธง่าย อยู่ไม่สุข กระวนกระวาย
ตื่นเร็ว นอนไม่หลับหรือหลับมากไป เบื่ออาหาร น้ำหนักลด กินมาก น้ำหนักเพิ่ม หรือปวดหัว แน่นท้อง ปวดเรื้อรัง เจ็บป่วยทางกายรักษาด้วยยาไม่หาย
ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นยังคงทำงานได้ รับผิดชอบงานได้ แต่อาจไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ เนื่องจากความเครียด ความกังวลมากเกินไป ต่างจากผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า ที่มีอาการซึมเศร้าจนไม่สามารถรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือตนเองได้เลย
ภาวะซึมเศร้าที่ซ่อนเร้นนี้ หากปล่อยสะสมไว้นาน ไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสม สามารถส่งผลกระทบหลายด้าน คือ บุคคลนั้นไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มที่ตามศักยภาพ รู้สึกตนเองมีปัญหาเจ็บป่วยทางกาย ได้รับการตรวจรักษามากเกินจำเป็น เสียเวลา เสียเงินทอง เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
ผู้มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นมีสุขภาพจิตไม่แข็งแรง ทำให้ความสามารถในการรับมือกับปัญหา ความผิดหวังจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงที่เข้ามาในชีวิตจะทำได้ไม่ดี นำไปสู่การป่วยทางจิตใจต่อไป อาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ และหากไม่สามารถปรับตัวได้อีกก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึง “การฆ่าตัวตาย” ก็เป็นได้
สำหรับการดูแลรักษาผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นอาจมีความยุ่งยาก เพราะมีผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นจำนวนมากไม่ยอมรับว่าตนเองมีภาวะเจ็บป่วยทางจิตใจ มองว่าตนเองเจ็บป่วยทางกายเท่านั้น จึงมักปฏิเสธการเข้าพบจิตแพทย์ และเลือกที่จะเก็บกดปัญหาเอาไว้ ดังนั้น การพาผู้ป่วยมาพบจิตแพทย์เพื่อได้รับการช่วยเหลือ ต้องอาศัยคนใกล้ชิดที่ผู้ป่วยเชื่อถือ ไว้วางใจ เข้าใจในตัวโรค และเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้ผู้ป่วยยอมรับการช่วยเหลือได้
ในส่วนของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ ไม่มีสูตรสำเร็จ วิธีการดูแลช่วยเหลือแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปการรักษาหลักเป็นการให้ความรู้ ทำจิตบำบัด และการบำบัดแบบอื่นๆ เช่น ศิลปะบำบัด ฝึกผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ ซึ่งต้องใช้เวลาให้ผู้ป่วยเข้าใจเรื่องบุคลิกภาพของตนเอง กลไกทางจิตของตนเองที่ใช้แก้ปัญหา และช่วยให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาในชีวิต รวมทั้งเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าเดิม สร้างสรรค์กว่าเดิม ในบางราย ยาแก้อาการซึมเศร้าอาจมีบทบาทช่วยเสริมในการรักษาให้ได้ผลเร็วขึ้นได้
ดังนั้น ถ้าหากประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นมากขึ้น สามารถแนะนำ ช่วยเหลือผู้ที่ประสบภาวะดังกล่าวให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทยได้อีกมาก ประชากรที่มีความสุขทางจิตใจก็มีมากขึ้น
Source : สสส. / โรงพยาบาลมนารมย์