การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองในปัจจุบัน ส่วนใหญ่รักษาด้วยยาเคมีบำบัดร่วมกับยาพุ่งเป้า การฉายแสงในบางกรณี และการปลูกถ่ายไขกระดูกในกรณีที่กลับเป็นซ้ำ นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาใหม่สำหรับกรณีที่กลับเป็นซ้ำ คือ การใช้เซลล์บำบัด (CAR-T cell) ซึ่งยังอยู่ในช่วงการศึกษาวิจัยในประเทศไทย
"เคล็ดลับดีๆ ในการดูแลตนเอง สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด คือ การป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ง่ายและรุนแรงเนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง ดังนั้นจึงแนะนำให้ รับประทานอาหารทำใหม่ สุก สะอาดให้ครบห้าหมู่ และเลือกรับประทานผลไม้เปลือกหนา หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชนที่แออัด เสี่ยงต่อการรับเชื้อ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายตามความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกเพราะช่วงที่รับยาเคมีบำบัดอาจมีเกล็ดเลือดต่ำซึ่งจะทำให้เลือดออกง่าย หากมีไข้ให้รีบไปโรงพยาบาล"
นอกจากนี้ คุณหมอยังแนะนำอีกว่า
สำหรับการป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทำได้โดยการหมั่นสังเกตตัวเอง ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากเจ็บป่วยให้รีบไปรักษา หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง และรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
ขณะที่ทางด้าน นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย พบได้ลำดับ 5 ในเพศชาย และลำดับ 9 ในเพศหญิง พบได้ทุกช่วงอายุแล้วแต่ชนิด พบได้ประมาณ 5,600 คนต่อปี
ทั้งนี้ มะเร็งที่เกิดกับต่อมน้ำเหลืองเกิดได้ทุกบริเวณของร่างกาย ตั้งแต่ รักแร้ คอ ขาหนีบ ตามข้อพับ และในช่องอก ช่องท้อง
เซลล์ต่อมน้ำเหลืองยังมีอยู่ทุกอวัยวะในร่างกาย สามารถเกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ทั้งสิ้น เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำไส้ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในสมอง เป็นต้น