บางครั้งอาการ "เจ็บแน่นหน้าอก" ของโรคหัวใจ อาจเป็นๆ หายๆ หลังออกแรงครั้งละ 20 นาที พอนั่งพักแล้วอาการก็หายไป ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจที่จะมาพบแพทย์ ดังนั้น หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาและรับคำแนะนำ สิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งคือการตรวจร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ การที่ร่างกายไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่เป็นโรค แต่อาจอยู่ในภาวะเงียบของโรค ซึ่งยังไม่แสดงอาการ เช่น เส้นเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจต้องมีการอุดตันประมาณ 50-70% ไปแล้วถึงจะก่อให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกจากกล้ามเนื้อขาดเลือด การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง จะช่วยให้การทำงานของระบบไหลเวียนดีขึ้น และควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บป่วย เพราะวิธีรักษาที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพของตนเอง
รู้หรือไม่ ? ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็นโรคหัวใจมากขึ้น
ในอดีตโรคหลอดเลือดหัวใจมักเกิดในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันเราพบว่าหนุ่มสาววัยทำงานนั้นมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย อยู่ในภาวะเครียด พักผ่อนน้อย ยิ่งหากใครที่สายปาร์ตี้ด้วยแล้วยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจมากขึ้นไปอีก
ส่วนปัจจัยที่นอกเหนือจากพฤติกรรมก็มีอยู่บ้าง เช่น โรคประจำตัว อาทิ โรคเบาหวาน หรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง
อาการสัญญาณเตือน “โรคหัวใจ” ที่ต้องระวัง!!
- เหนื่อยง่ายเวลาออกแรง เดินเร็วๆ หรือออกกําลังกาย
- หายใจเข้าลำบาก อาจจะเป็นตลอดเวลา เป็นขณะออกกำลังกาย ตอนใช้แรงมากๆ หรือเป็นเฉพาะในเวลากลางคืนขณะพักผ่อน
- เจ็บหน้าอกหรือแน่นบริเวณกลางอก เจ็บหน้าอกด้านซ้ายบริเวณหัวใจหรือทั้ง 2 ข้างจนไม่สามารถนอนราบได้ตามปกติ เพราะจะรู้สึกเหนื่อยเวลาหายใจและอึดอัดตรงหน้าอก
- อาการเจ็บหน้าอก เช่น บีบเค้นหน้าอกเหมือนมีของหนักกดทับ เจ็บหน้าอกร้าวไปกราม ขากรรไกร คอ แขน ไหล่ หลัง เจ็บหน้าอกร่วมกับเหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น เจ็บหน้าอกนานกว่า 20 นาที
- หายใจหอบ จนบางครั้งต้องตื่นขึ้นมาหอบกลางดึก
- เป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ ปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำ
เคล็ดลับสุขภาพ : ดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคหัวใจ
- เลือกกินอย่างเหมาะสม ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็มจนเกินไป กินผัก ผลไม้ที่มีกากใยให้มากขึ้น โดยเลือกชนิดที่น้ำตาลไม่สูง
- ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจ ช่วยลดไขมันเลว (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL) ในหลอดเลือด
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะการมีน้ำหนักตัวมากเกินไปเป็นปัจจัยสำคัญในเกิดโรคต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหัวใจ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
- งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดต่างๆ ที่จะทำให้เกิดความเสี่ยง
- ทำจิตใจให้แจ่มใส หากรู้ตัวว่ามีความเครียดควรรีบหาวิธีกำจัดอย่างเหมาะสม
- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
- เลือกตรวจสุขภาพประจำปีให้เหมาะสมตามช่วงวัยและความเสี่ยง