การหลบภูมิคุ้มกัน จะทำให้ผู้ที่เคยติดเชื้อแล้ว สามารถติดเชื้อได้อีก วัคซีนโควิด-19ในการป้องกันการติดเชื้อ ก็ได้ผลลดลง แต่หากติดเชื้อแล้วอาการจะไม่รุนแรง ส่วนความรุนแรงWHO รายงานว่า ยังไม่มีหลักฐานแสดงว่า XBB.1.16 ส่งผลต่อความรุนแรงของโรค ยังต้องติดตามต่อไป แต่ตอนนี้อาการป่วย จะไม่แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น
ตาแดงไม่ใช่ข้อบ่งชี้ติดเชื้อ
"ส่วนที่มีรายงานในประเทศอินเดียพบว่าเด็กเล็ก มีอาการตาแดง คันตา รวมถึงตาลืมยาก ไม่มีหนองนั้น เป็นอาการที่พบได้แต่ไม่มีข้อมูลว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการทางตามากน้อยอย่างไร แต่อาการสำคัญคือ เป็นไข้ ที่มีอินโฟกราฟิกออกมาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย แยกอาการจากโควิดต่างสายพันธุ์ เช่น ตาแดงไม่มีไข้ แสดงว่าเป็น ซึ่งอาจไม่ใช่ การมีอาการตาแดงหรือไม่มีย่อมไม่ได้หมายความว่าเป็น XBB.1.16” นพ.ศุภกิจ กล่าว
ยังตรวจ ATK เจอ
“การตรวจ ATK ยังตรวจพบได้ บางคนบอกตรวจไม่ได้ ขอนั่งยันนอนยันว่าไม่จริง ยังตรวจได้หมด เพราะการตรวจ ATK ตรวจโปรตีนโควิด ไม่ว่าสายพันธุ์ไหนก็ต้องมีโปรตีนนี้ เพียงแต่ต้องเข้าใจพื้นฐานของ ATK ว่าหากเชื้อไม่มากก็อาจหาไม่เจอได้ ต้องใช้เวลาหลังติดเชื้อ 4-5 วันหรือมีอาการ แต่การตรวจ PCR จะตรวจเจอได้เร็วมากกว่า แม้ปริมาณไม่มากก็ตรวจเจอ บางคนไม่เข้าใจตรงนี้ก็ว่าตรวจATKไม่เจอ แต่เมื่อไปตรวจPCRเจอ ยกเว้นชุดตรวจ ATKเสื่อมสภาพ เก็บมานาน” นพ.ศุภกิจกล่าว
อาการ XBB.1.16 ไม่ต่างไข้หวัดใหญ่
นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2565 ยืนยันว่า อาการของ XBB.1.16 ไม่แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ อาการคล้ายกันมาก ส่วนอาการเยื่อบุตาอักเสบพบมากในผู้ป่วยเด็กเล็กในอินเดีย และคู่กับมีไข้ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนักจนเกินไป
การเพิ่มกำลังเฝ้าระวังสายพันธุ์ โดยปลัดสธ. สั่งการให้รพ.จังหวัดทุกแห่ง ส่งตัวอย่างเชื้อ อย่างน้อย 15 ตัวอย่าง ด้วยเกณฑ์ 1.คนที่เสียชีวิต 2.คนที่มีอาการรุนแรง 3.เป็นชาวต่างชาติ 4.บุคลากรทางการแพทย์ 5.กลุ่มผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และ 6.การติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ ทั้งเล็กและใหญ่ โดยให้ส่งตัวอย่างมายังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วส่งต่อมาส่วนกลางจะได้ตัวอย่างสัปดาห์ละ 700 ตัวอย่าง เพื่อถอดรหัสพันธุกรรม