How to ผู้ป่วยเบาหวาน กินอย่างไรให้น้ำตาลไม่ขึ้น!!
10 ม.ค. 2566

เปิดเคล็ด(ไม่)ลับฉบับรู้ทันโรคเบาหวาน ชวนปรับพฤติกรรมควบคุมระดับน้ำตาล เปลี่ยนแบบแผนการรับประทานอาหารเพื่อโภชนาการที่ถูกต้อง
Lifestyle
10 ม.ค. 2566

เปิดเคล็ด(ไม่)ลับฉบับรู้ทันโรคเบาหวาน ชวนปรับพฤติกรรมควบคุมระดับน้ำตาล เปลี่ยนแบบแผนการรับประทานอาหารเพื่อโภชนาการที่ถูกต้อง
โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับระบบเมตาบอลิซึมในร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานโดยสถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก (ตัวเลขสถิติล่าสุดในปี 2564) มีผู้ป่วยจำนวน 537 ล้านคน และคาดว่าในปี 2573 จะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน โดยโรคเบาหวานมีส่วนทำให้เสียชีวิตสูงถึง 6.7 ล้านคน หรือเสียชีวิต 1 ราย ในทุกๆ 5 วินาที นอกจากนี้ โรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรค NCDs เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตวายเรื้อรัง ฯลฯ
แม้ว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่หากผู้ป่วยควบคุมอาหาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ก็จะสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ทำให้โรคอยู่ในระยะสงบ ไม่แสดงอาการ เหมือนกับหายจากโรคแล้ว หรือเรียกว่า Remission หากผู้ป่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีต่อเนื่องก็จะมีภาวะสงบนี้ได้ยาวนาน ช่วยให้แพทย์ลดหรืองดการใช้ยาเพื่อคุมระดับน้ำตาลได้
สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลปริ่มๆ เฉียดเกณฑ์โรคเบาหวาน คือมีระดับน้ำตาลก่อนอาหารเช้าอยู่ในช่วง 100–125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมีระดับน้ำตาลหลังอาหารอยู่ในช่วง 140–199 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร โดยแพทย์ยังไม่วินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน แต่แนะนำให้กลับไปควบคุมอาหารแทน แสดงว่ายังมีโอกาสที่จะไม่เป็นโรคเบาหวานหากกินอาหารถูกวิธี สำหรับวิธีกินต้านโรคเบาหวานและสร้างสมดุลให้ฮอร์โมนอินซูลินนั้นง่ายมาก เพียงทำตามดังนี้
ปรับพฤติกรรมควบคุมระดับน้ำตาล
วิธีควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมีหลายวิธี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่
เปลี่ยนแบบแผนการรับประทานอาหาร
การปรับเปลี่ยนแบบแผนการรับประทานอาหารสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ ประกอบไปด้วย
ในการปรับพฤติกรรมสุขภาพรวมทั้งการรับประทานอาหารไม่มีสูตรใดหรือวิธีใดที่เหมาะสมกับคนทุกคน (No One – Size – Fits – All) ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ป่วยทุกคนพบกับนักกำหนดอาหาร เพื่อประเมินความรู้ ความเข้าใจ และภาวะโภชนาการ จะได้หาแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมร่วมกัน พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน
ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข / ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ
ข่าวล่าสุด