ทั้งนี้ บริษัทกว่าครึ่งหนึ่งในการสำรวจ ระบุว่าความต้องการของผู้บริโภคคือตัวกระตุ้นหลักที่ก่อให้เกิดการนำโซลูชั่นด้านความยั่งยืนรูปแบบใหม่มาใช้งานในขั้นตอนการผลิตและการแปรรูป ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยผู้บริโภคเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งดำเนินการในปี 2566 จากการสัมภาษณ์ผู้บริโภคทั้งหมด 14,500 รายด้วยแบบสอบถามออนไลน์ในตลาด 29 ประเทศแห่งทั่วโลก ซึ่งพบว่า
ความต้องการซื้อในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามราว 3 ใน 4 (คิดเป็น 74%) จะเพิ่มมากขึ้น หากแบรนด์สินค้ามีการสื่อสารถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
ในขณะที่ 42% มองว่า “บรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม” เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะทำให้ราคาสูงขึ้น และยิ่งทำให้อุตสาหกรรมมีความเชื่อมั่นในการนำโมเดลธุรกิจเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในรูปแบบนี้มาปรับใช้
77% ของภาคธุรกิจแสดงความยินดีที่จะยอมแลกระหว่างการเปลี่ยนแปลงต้นทุนกับการนำโซลูชั่นการผลิตและการแปรรูปที่ยั่งยืนมาใช้ สำหรับคำถามที่ว่า “โปรดประเมินความยินยอมของบริษัทของคุณที่จะยอมแลกกับการนำโซลูชั่นที่ยั่งยืนมาใช้ในกระบวนการการผลิต/การแปรรูป”
- 41% ตอบว่าพวกเขายอมรับการแลกกับการเปลี่ยนแปลงต้นทุนอย่างแน่นอน
- 36% อาจยอมแลกกับการเปลี่ยนแปลงต้นทุน
- 10% ไม่ยอมรับแนวทางหรือจะไม่ยอมทำ
- 11% อาจไม่ยอมรับ
- 3% ไม่ยอมรับอย่างแน่นอน
แม้ว่าอุตสาหกรรมจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับมหภาคอย่างต่อเนื่องก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกนี้สอดคล้องกับการประชุม COP28 ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเอกชนจำนวนมากได้ตั้งปณิธานต่อเป้าหมายและโครงการด้านความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของ Tetra Pak