ไม่ใช่เฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์เท่านั้นที่ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพราะจากข้อมูลขององค์กรสหประชาชาติ ระบุอาหารที่สร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยที่สุด ก็คือ “อาหารจำพวกพืช” ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือพืชจำพวกถั่วต่างๆ เพราะการผลิตวัตถุดิบเหล่านี้ใช้พื้นที่ พลังงาน น้ำ และทรัพยากร “น้อยกว่า” เนื้อสัตว์
อีกด้านของอาหารจากข้อมูลของ Our World in Data อาหารที่ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์น้อยที่สุด 5 อันดับ ก็คือ
ผลไม้ตระกูลส้ม ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.39 กก.
พืชใต้ดิน หรือพืชหัว ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.43 กก.
แอปเปิ้ล ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.43 กก.
ถั่วเปลือกแข็ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.43 กก.
มันฝรั่ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 0.46 กก.
ทั้งนี้ ผลไม้ตระกูลส้ม และถั่วเปลือกแข็ง มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้ที่ดินเป็น ‘ลบ’ โดยเฉพาะต้นถั่วเปลือกแข็งที่สามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์มาไว้ภายในต้นได้ในปริมาณที่สูงมาก จนมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้ที่ดิน -3.26%
4 เทคนิคปรับการกินเพื่อช่วยโลก
ซื้อเฉพาะสิ่งที่ต้องการ โดยคิดก่อนซื้อเสมอว่าราว 20-50% ของทุกสิ่งที่เราซื้อจะกลายเป็น “ขยะ”
ลดกินเนื้อและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เพราะ 70% ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์โลกมาจาก “ผลิตภัณฑ์จากสัตว์”
ลดการกินอาหารแปรรูปหรือมีขั้นตอนการผลิตมาก ยิ่งผ่านขั้นตอนมากยิ่งปล่อยคาร์บอนมาก
ซื้ออาหารท้องถิ่นและกินตามฤดูกาล ลดพลังงานในการขนส่ง การเก็บรักษา รวมถึงลดการใช้สารเคมีที่เกินพอดี
source : อาหารกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
: https://ourworldindata.org/