ศูนย์รับแจ้งเหตุ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาล มีนายพนม ฮวดเฮง หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ได้รายงานให้กับ นายตระกูล สุขกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว ,นายหฤษฎ์ สุขกุล ,นายนิวัฒน์ วงพานิช และนายวิเชียร ไชยวิริยะโชด รองนายกเทศมนตรี รับทราบและเข้าบัญชาการสั่งงานในการดับเพลิงด้วยตนเอง
หลังจากการประเมินสถานการณ์แล้วว่า รถดับเพลิงของเทศบาลเมืองสระแก้วน่าจะไม่มเพียงพอเพราะเพลิงได้ไหม้ลุกไหม้รุนแรงมากและขยายเป็นวงกว้างขึ้นจนทั่วพื้นที่เกือบ 40 ไร่ เกรงว่าจะลามเข้าโรงงานกำจัดขยะ ซึ่งอยู่ติดกับกองขยะ ซึ่งปัจจุบันโรงงานนี้ได้มีการผลิตน้ำมันจากการสกัดจากถุงพลาสติกได้วันละประมาณ 5,000-6,000 ลิตร ด้วย
นายวิเชียร ไชยวิริยะโชค รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสระแก้ว กล่าวว่า ไฟไหม้บ่อขยะครั้งนี้เกิดจากประชาชนที่เผาไร่อ้อยแล้วลุกลามเข้ามาภายในบ่อขยะ แม้โรงขยะจะมีกำแพงล้อมรอบอย่างดี แต่เมื่อมีกระแสลมแรงทำให้ไฟปลิวเข้ามาในบ่อขยะและลุกไหม้ตั้งแต่ช่วงเที่ยง หลังเกิดเหตุนายกฯ ได้แจ้งไปยังเทศบาลและ อบต.ทั้งจังหวัดขอให้มาช่วยดับเพลิงซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี พร้อมทั้งมีดับเพลิงรถทหารมาช่วยด้วย ซึ่งสามารถป้องกันไว้ได้ในวงจำกัดแต่ยังมีการสแตนบายไว้ตลอด 24 ชม.และจะดูแลจนไฟดับสนิท
นอกจากนั้น ยังเป็นห่วงว่าไฟจะลุกลามมาที่ศูนย์กำจัดและคัดแยกขยะ เพื่อนำพลาสติกมาผลิตเป็นน้ำมัน ซึ่งถือเป็นแห่งเดียวที่สามารถผลิตน้ำมันได้เดือนละประมาณ 50,000 ลิตร สำหรับส่งให้บริษัทน้ำมันในสิงคโปร์ที่ทำ MOU ไว้ เพื่อนำไปกลั่นอีกครั้ง ให้เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสำหรับใช้กับรถยนต์ต่อไป
ชมคลิป
น.ส.วรากร เครือถา อายุ 34 ปี คนงานที่เข้ามาเก็บคัดแยกขยะและของเก่าไปขาย ซึ่งส่วนใหญ่พักอยู่หน้าปากทางเข้าบ่อขยะ เล่าว่า ช่วงเย็นของเมื่อวานได้เห็นด้านหลังของบ่อขยะ ได้มีการเผาไร่อ้อย ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงช่วงกลางคืน ทำให้ไฟจากการเผาไร่อ้อยได้ลุกลามเข้ามาจนไกล้บ่อขยะ ซึ่งตนเองยังถ่ายรูปและโพสต์ลงในเฟซบุ๊กไปเลย และคิดว่า เปลวไฟน่าจะปลิวเข้ามาที่บ่อขยะตั้งแต่เมื่อคืน แล้วค่อย ๆ ไหม้จนเกิดลุกไหม้อย่างรุนแรงในช่วงเที่ยงวัน ประกอบกับช่วงนั้นในบริเวณบ่อขยะมีลมแรงด้วยจึงทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามทั่วบริเวณบ่อขยะ