ชาติตะวันตก-รัสเซีย แลกเปลี่ยนนักโทษครั้งใหญ่สุด หลังสงครามเย็น
02 ส.ค. 2567 | jurairat

ผู้นำของรัสเซียและสหรัฐฯ ต้อนรับนักโทษที่เป็นพลเมืองของตนกลับบ้านเกิด หลังมีการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกครั้งใหญ่ที่สุด หลังยุคสงครามเย็น
ต่างประเทศ
02 ส.ค. 2567 | jurairat

ผู้นำของรัสเซียและสหรัฐฯ ต้อนรับนักโทษที่เป็นพลเมืองของตนกลับบ้านเกิด หลังมีการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกครั้งใหญ่ที่สุด หลังยุคสงครามเย็น
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ให้การต้อนรับชาวอเมริกัน 3 คน ได้แก่ อีวาน เกิร์ชโควิช นักข่าวของวอลล์สตรีทเจอร์นัล, พอล วีแลน อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ และอัลซู คูร์มาเชวา นักข่าวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ที่เดินทางกลับถึงแผ่นดินสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส ใกล้กรุงอชิงตันเมื่อเวลาราว 23.40 น. ของวันพฤหัสบดี (1 สิงหาคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีครอบครัวและเพื่อนของนักโทษร่วมให้การต้อนรับด้วย
ทั้งสามคนรวมอยู่ในนักโทษ 24 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกันภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น
ส่วนวลาดิมีร์ คารา-มูร์ซา นักโทษคนที่ 4 ซึ่งเป็นชาวรัสเซียที่วิจารณ์ทำเนียบเครมลินและมีถิ่นพำนักในสหรัฐฯ อยู่ในกลุ่มนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวด้วย แต่แยกเดินทางกลับสู่สหรัฐฯ
ในวันเดียวกันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้การต้อนรับนักโทษชาวรัสเซีย ทั้ง 8 คน ซึ่งมีทั้งนักโทษคดีฆาตกรรม จารกรรมความลับ และอาชญากรรมอื่น ๆ ในจำนวนนี้รวมถึง วาดิม คราซิคอฟ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซีย ที่ถูกคุมขังในเยอรมนีในคดีลอบสังหารอดีตผู้นำกบฏเชเชน
นักโทษรัสเซีย 8 คน ได้รับการปล่อยตัวแลกกับนักโทษชาวอเมริกัน 4 คน ชาวเยอรมัน 5 คน และชาวรัสเซีย 7 คน ที่ถูกคุมขังในรัสเซีย โดยมีการแลกเปลี่ยนตัวกันที่สนามบินในกรุงอังการาของตุรกี ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นได้หลังการเจรจาแบบลับสุดยอดนานกว่า 1 ปี ระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย เยอรมนี และเบลารุส โดยมีตุรกีและอีกบางชาติร่วมไกล่เกลี่ย
ไบเดน บอกว่า ความสำเร็จของข้อตกลงเป็นผลจากการเจรจาทางการทูตและความสัมพันธ์ของชาติพันธมิตร และยกย่องการตัดสินใจที่กล้าหาญของชาติพันธมิตร โดยเฉพาะเยอรมนีที่ยอมปล่อยตัวนายคราซิคอฟ ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของรัสเซีย