กระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศสประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปรอบสองที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (7 กรกฎาคม) ว่า นิว ป็อปปูลาร์ ฟรอนท์ (NFP) ที่เป็นกลุ่มพันธมิตรพรรคฝ่ายซ้ายจัด สามารถคว้าเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากที่สุด 182 ที่นั่ง จากทั้งหมด 577 ที่นั่ง จากเดิมอยู่ในอันดับ 2 ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และกลุ่มพันธมิตรพรรคสายกลาง อองซอมเบลอ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ที่อยู่ในอันดับ 3 ของรอบแรก กลับแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ได้ 163 ที่นั่ง
ส่วนพรรคแนชันแนล แรลลี (RN) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของมารีน เลอเปน และพรรคพันธมิตร ที่ชนะการเลือกตั้งรอบแรก กลับตกไปอยู่อันดับ 3 โดยได้เพียง 143 ที่นั่ง
ชัยชนะรอบแรกของ RN ที่มีนโยบายชาตินิยมสุดขั้ว ต่อต้านสหภาพยุโรป และต่อต้านผู้อพยพ สร้างกระแสความหวาดกลัวทั่วฝรั่งเศสว่า จะมีรัฐบาลขวาจัดเป็นครั้งแรกนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ NFP ที่เพิ่งก่อตั้งเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน และอองซอมเบลอ ทำข้อตกลงร่วมกันถอนตัวผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 3 จากรอบแรกรวม 217 คน เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งคะแนนกันเอง และปิดโอกาสที่ RN จะสามารถคว้าเสียงข้างมากในสภา