การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อพรรคการเมืองขวาจัดในหลายประเทศ พากันคว้าชัยชนะ ทำให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำวัย 46 ปี ของฝรั่งเศส เสี่ยงเอาอนาคตทางการเมืองเป็นเดิมพัน ด้วยการประกาศยุบสภาฯ จัดการเลือกตั้งใหม่ 2 รอบ คือ วันที่ 30 มิถุนายน กับวันที่ 7 กรกฎาคม
การประกาศยุบสภาฯ แบบเซอร์ไพรซ์ของมาครง และผลการเลือกตั้งใหม่ 2 รอบ จะมีผลอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2027 (2570) ที่มาครงไม่สามารถลงสมัครชิงตำแหน่งได้อีกแล้ว เพราะอยู่ครบ 2 สมัย เปิดโอกาสให้มารีน เลอเพน ผู้นำพรรคฝ่ายค้านขวาจัด "เนชั่นแนล แรลลี่" (National Rally) ในการลงชิงชัย ที่อาจทำให้การเมืองฝรั่งเศสเปลี่ยนขั้ว และส่งผลต่อทิศทางของนโยบายสหภาพยุโรป ในขณะที่กำลังเผชิญวิกฤตสงครามยูเครน ที่ยังคงเป็นปัญหาคาราคาซัง ตลอดจนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ