เอกสารลับทางการเงินรวม 11.5 ล้านฉบับของบริษัทมอสแซค-ฟอนเซกา ถูกรั่วไหลถึงหนังสือพิมพ์ ซุดดอยช์ เซตุง ของเยอรมนี และถูกส่งต่อให้กับเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) หลังจากนั้น ICIJ เปิดเผยเอกสารลับเหล่านี้ผ่านทางเวบไซต์ และกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ เอกสารปานามา (Panama Papers)
เอกสารดังกล่าวมีข้อมูลของลูกค้ามากกว่า 14,000 ราย และบริษัทบังหน้ากว่า 214,000 แห่ง และรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินของบรรดามหาเศรษฐี นักการเมือง ผู้นำประเทศและรัฐบาล และผู้นำระดับโลก รวมไปถึงนักกีฬาชื่อดัง เอกสารเผยให้เห็นว่า แหล่งหลบเลี่ยงภาษี อย่าง ปานามา และหมู่เกาะเวอร์จิน ไอแลนด์ ถูกมหาเศรษฐี และผู้ทรงอิทธิพล ใช้เป็นแหล่งซุกซ่อนทรัพย์สินและหลีกเลี่ยงภาษีได้อย่างไร
- ผลกระทบจากการเปิดโปงครั้งใหญ่
เอกสารปานามาชุดนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้นายกรัฐมนตรีซิกมุนดูร์ เดวิด กุนน์ล็อกซอน ของไอร์แลนด์ ต้องลาออกจากตำแหน่ง และนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ในขณะนั้นถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต หลังจากมีรายละเอียดทางการเงินของเขาในเอกสารดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบและกระแสวิจารณ์ต่อผู้นำอาร์เจนตินาและยูเครน นักการเมืองจีน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นต้น
และอัยการของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า บริษัทมอสแซก-ฟอนเซกา สมรู้ร่วมคิดหลบเลี่ยงกฎหมายของสหารัฐฯ เพื่อช่วยเหลือในการปกปิดแหล่งทรัพย์สินของลูกค้าในสหรัฐฯ และหลีกเลี่ยงการเสียภาษีแก่กรมสรรพากรขอสหรัฐฯ
เรื่องอื้อฉาวครั้งนั้นทำให้ปานามาพยายามปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีความคืบหน้าในการปราบปรามการฟอกเงินและเครือข่ายการเงินสนับสนุนการก่อการร้าย แต่จนถึงขณะนี้ยังคงติดอยู่ในรายชื่อแหล่งหลบเลี่ยงภาษีในบัญชีดำของสหภาพยุโรป