เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

OCHA ระบุ ปีหน้าเมียนมาวิกฤตหนักด้านมนุษยธรรม

19 ธ.ค. 2566 | piyarom

OCHA ระบุ ปีหน้าเมียนมาวิกฤตหนักด้านมนุษยธรรม

หน่วยงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ เตือนว่าประชากร 1 ใน 3 ของเมียนมา หรือมากกว่า 18 ล้านคน และกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งจำเป็นต้องแสวงหาเงินบริจาคหลายล้านดอลลาร์ในปีหน้า เพื่อรองรับความต้องการเร่งด่วนนี้

สถานการณ์ในเมียนมาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 รายงานล่าสุดที่ออกมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for the Coordination of Humanitarian Affairs) หรือ OCHA ระบุว่า

เมียนมาในปี 2467 จะเหมือนยืนอยู่บนหน้าผา ทั้งวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่รุนแรงขึ้น และพลเรือนที่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว

OCHA ระบุ ปีหน้าเมียนมาวิกฤตหนักด้านมนุษยธรรม  

รายงานของ OCHA ระบุว่าประชากร 18.6 ล้านคน ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มากกว่าเมื่อปีก่อนหน้านี้ 1 ล้านคน และมากกว่าเมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดรัฐประหารถึง 19 เท่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้เด็ก 6 ล้านคน ต้องเผชิญกับวิกฤตอันหนักหน่วง อันเป็นผลมาจากการโยกย้ายถิ่นฐาน, การถูกตัดการเข้าถึงการดูแลสุขภาพและการศึกษาที่หยุดชะงัก, ความไม่มั่นคงด้านอาหารและภาวะทุพโภชนาการ และความเสี่ยงในการคุ้มครอง รวมถึงการบังคับเกณฑ์คนเข้าทำงานและความทุกข์ทรมานทางจิตใจ

OCHA ระบุ ปีหน้าเมียนมาวิกฤตหนักด้านมนุษยธรรม

รายงานนี้ยังตอกย้ำความกังวลเป็นพิเศษ เกี่ยวกับการพลัดถิ่นของผู้คนจำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 พบว่าผู้คนเกือบ 2.6 ล้านคน ถูกบีบให้ทิ้งบ้านเรือนเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านคน ของช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2565 รวมถึงผู้พลัดถิ่นมากกว่า 660,000 คน ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ท่ามกลางการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างทหารกับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ 

OCHA ระบุ ปีหน้าเมียนมาวิกฤตหนักด้านมนุษยธรรม

OCHA คาดการณ์ว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงจะเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกในปี 2567 และประณามความรุนแรงที่ทหารกระทำต่อพลเรือนอย่างเป็นระบบ ส่วนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำเป็นต้องรับบริจาคเงิน 994 ล้านดอลลาร์ สำหรับประชาชน 5.3 ล้านคน ที่อยู่ในลำดับความต้องการเร่งด่วนในปี 2567 เพราะไม่อาจยอมให้เกิดซ้ำรอยปี 2566 ที่การจัดสรรเงินทุนไม่พอ โดยได้เพียง 29% ของเงินทุนที่ต้องการ โดยไปไม่ถึงคนที่อยู่ในลำดับเร่งด่วน 1.9 ล้านคน

ข่าวล่าสุด