ก่อนหน้านี้ บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เจ้าของแบรนด์ยูนิโคล่ เคยถูกนานาชาติรุมตรวจสอบกรณีมีความเชื่อมโยงกับฝ้ายที่มาจากเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน ซึ่งสหรัฐเคยออกกฎห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยการบังคับใช้แรงงาน พุ่งเป้าไปยังฝ้ายที่มาจากซินเจียง ในขณะที่ธุรกิจของคิริน ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลทหารเมียนมาก็ถูกวิจารณ์ในแบบเดียวกัน ส่งผลให้คิริน ผู้ผลิตเครื่องดื่มชื่อดัง ต้องถอยห่างจากตลาดเมียนมานับจากนั้น
รายงานที่ตีพิมพ์โดยศูนย์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน เป็นหน่วยงาน NGO ซึ่งมีสำนักงานในลอนดอน และนิวยอร์ก ระบุว่า คนงานเมียนมาในเวลานี้ กำลังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายแรงงานอย่างหนัก นับจากรัฐบาลทหารเมียนมายึดอำนาจมาสองปีกว่า
ส่วนใหญ่คือปัญหาถูกลดค่าแรง และขโมยค่าแรง การบังคับให้ทำงานล่วงเวลาเกินขนาด ทั้งยังมีเหตุรุนแรงและการทำให้อับอายด้วยเรื่องเพศ การจับกุมและคุมขังคนงาน พบคนงานสิ่งทอถูกล่วงละเมิดในแบบนี้กว่า 6 หมื่นคนในเมียนมา
รายงานจึงเรียกร้องให้แบรนด์ต่างๆ ต้องตระหนักในเรื่องนี้ คนงานสิ่งทอในเมียนมา 90% เป็นผู้หญิง พวกเธอยังเป็นแนวหน้าของปฏิบัติการอารยะขัดขืนต่อรัฐบาลอีกด้วย ส่วนแกนนำสหภาพแรงงานเกือบทั้งหมดต้องซ่อนตัว เพื่อหนีการจับกุม
ปัจจุบัน มีโรงงาน 70 แห่งในเมียนมา ที่ผลิตสินค้าป้อนแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่างน้อย 32 แบรนด์ ซึ่งก็มีทั้ง อาดิดาส มอสชิโน่ เกสส์ ฟาสต์รีเทลลิ่งเจ้าของแบรนด์ยูนิโคล่ เอชแอนด์เอ็ม และอินดิเท็กซ์