svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เช็กสัญญาณอันตราย! วิธีรับมือ "โรคลมแดด" ฉบับคนทำงานกลางแจ้ง

30 มี.ค. 2569

เตือนโรคลมแดดในคนทำงานกลางแจ้ง เสี่ยงเสียชีวิต แนะสังเกตอาการ ป้องกันภาวะขาดน้ำ และดูแลตัวเองช่วงอากาศร้อนจัด

เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน กลุ่มคนทำงานกลางแจ้งกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับต้น ๆ ที่ต้องเผชิญกับ “โรคจากความร้อน” ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความไม่สบายตัว แต่บางภาวะสามารถรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะ “โรคลมแดด” หรือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน จนเกิดความร้อนสะสมในระดับอันตราย

กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น คนงานก่อสร้าง เกษตรกร พนักงานขนส่ง ไรเดอร์ รปภ. หรือผู้ทำงานบนท้องถนน ล้วนมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากร่างกายต้องสร้างความร้อนจากการใช้กล้ามเนื้ออยู่แล้ว เมื่อรวมกับความร้อนจากแสงแดดและความชื้นในอากาศ ทำให้ระบบระบายความร้อนของร่างกายทำงานหนักเกินไป และอาจล้มเหลวในที่สุด

 

สัญญาณเตือน: แบบไหนคือ "ฉุกเฉิน"?

เราสามารถสังเกตอาการได้เป็น 2 ระดับ เพื่อการช่วยเหลือที่ทันท่วงที

  • สัญญาณเริ่มต้น: กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้ม เหนื่อยผิดปกติ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น หรือเริ่มมีอาการตะคริวตามน่อง ต้นขา และหน้าท้อง

  • สัญญาณฉุกเฉิน (ต้องส่งโรงพยาบาลทันที): ตัวร้อนจัดแต่ "ไม่มีเหงื่อ" เริ่มสับสน พูดไม่ชัด เดินเซ คุมสติไม่ได้ ชัก หรือหมดสติ

มาตรการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง และ "ระบบคู่หู"

สิ่งสำคัญคือการเฝ้าระวังทั้งในระดับบุคคลและระดับหน้างาน ก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย เช่น นอนหลับเพียงพอหรือไม่ มีอาการเมาค้าง ท้องเสีย ไข้ หรือเพิ่งเริ่มงานใหม่หรือกลับมาทำงานหลังหยุดพักหรือไม่ เพราะร่างกายยังปรับตัวกับความร้อนได้ไม่ดี นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีภาวะอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน หรือผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะ ควรได้รับการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

การทำงานแบบ “ระบบคู่หู” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยง โดยให้เพื่อนร่วมงานคอยสังเกตอาการผิดปกติของกันและกัน โดยเฉพาะอาการมึนงงหรือสับสน ควรมีการติดตามสภาพอากาศหรือดัชนีความร้อน และปรับระดับความเข้มข้นของงานตามสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อนจัด ความชื้นสูง หรือไม่มีลม

คู่มือการปรับตัวสำหรับคนทำงานกลางแจ้ง

เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพกับความร้อนได้ (Acclimatization) ควรทำตามสูตรดังนี้

  • พนักงานใหม่: วันแรกควรทำงานในที่ร้อนไม่เกิน 20% ของเวลาปกติ และค่อยๆ เพิ่มวันละ 20%

  • พนักงานเก่า (หลังหยุดยาว): เริ่มที่ 50% ในวันแรก และเพิ่มทีละ 10% จนครบ 100% ภายใน 4 วัน

  • การแต่งกาย: สวมเสื้อผ้าสีอ่อน หลวม ระบายอากาศได้ดี และสวมหมวกกันแดดเสมอ

  • การดื่มน้ำ: ดื่มน้ำเป็นระยะแม้จะไม่รู้สึกหิว หากทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ควบคู่ไปด้วย

 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเริ่มไม่สบาย

หากพบเพื่อนร่วมงานมีอาการเพลียแดดหรือตะคริว ให้รีบทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ย้ายเข้าร่ม: พาไปที่เย็นหรืออากาศถ่ายเทสะดวกทันที

  2. คลายเสื้อผ้า: ปลดกระดุมหรือทำให้หลวมเพื่อระบายความร้อน

  3. ลดอุณหภูมิ: ใช้ผ้าเปียกเช็ดตัว ราดน้ำ หรือใช้พัดลมช่วยเป่า

  4. จิบน้ำ/เกลือแร่: ให้ดื่มได้เฉพาะเมื่อยังมีสติและไม่อาเจียนเท่านั้น

  5. ห้ามทิ้งไว้ลำพัง: ต้องมีคนเฝ้าสังเกตอาการจนกว่าจะถึงมือหมอ

โรคจากความร้อนเป็นภัยใกล้ตัวที่ป้องกันได้ หากมีความรู้และตระหนักถึงความเสี่ยง การดูแลตัวเองและเพื่อนร่วมงานอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุรุนแรง และทำให้การทำงานกลางแจ้งในช่วงหน้าร้อนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น