svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เจาะลึก "ข้อเข่าเสื่อม" โรคยอดฮิตวัย 60+ รักษาได้ไม่ต้องทนปวด

07 ม.ค. 2569

อย่าปล่อยให้ "ปวดเข่า" ทำลายชีวิต! แพทย์จุฬาฯ แนะวิธีรับมือ "โรคข้อเข่าเสื่อม" ตั้งแต่การกินยา ฉีดยา จนถึงนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่เดินได้ใน 24 ชั่วโมง พร้อมเคล็ดลับชะลอความเสื่อมด้วยการลดน้ำหนักและออกกำลังกาย Low Impact

อย่าปล่อยให้ "ปวดเข่า" ทำลายชีวิต! แพทย์จุฬาฯ แนะวิธีรับมือ "โรคข้อเข่าเสื่อม" ตั้งแต่การกินยา ฉีดยา จนถึงนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่เดินได้ใน 24 ชั่วโมง พร้อมเคล็ดลับชะลอความเสื่อมด้วยการลดน้ำหนักและออกกำลังกาย Low Impact

KEY

POINTS

  • ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะเสื่อมตามวัยที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยอาการสำคัญคือความเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
  • การรักษามีหลายระดับ ตั้งแต่การใช้ยาบรรเทาปวด, การฉีดสารหล่อลื่น (HA) หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อซ่อมแซมข้อเข่า
  • ในกรณีรุนแรง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและสามารถลุกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง
  • สามารถชะลอความเสื่อมได้ด้วยการควบคุมน้ำหนักตัว, ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เข่า

เวลาขึ้นลงบันไดแล้วได้ยินเสียงกระดูกลั่น "กร๊อบแกร๊บ" หลายคนอาจจะเริ่มตกใจและด่วนสรุปว่าตนเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม แต่ในมุมมองของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สีหธัช งามอุโฆษ จากภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าเสียงนั้นอาจเป็นเพียงกระดูกอ่อนเสียดสีกันเท่านั้น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ "ความเจ็บปวด" ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนกระทบต่อการยืน เดิน หรือนั่งในชีวิตประจำวัน

โรคข้อเข่าเสื่อมคืออาการเสื่อมของร่างกายตามวัย โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super Aged Society) ทำให้จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาการหลักจะไม่เกิดขึ้นแบบฉลันทันที แต่จะปวดแบบค่อยเป็นค่อยไป นานวันเข้าจะเริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนขึ้นลงบันไดลำบาก นั่งคุกเข่าหรือขัดสมาธิไม่ได้ และในกรณีที่รุนแรงอาจพบอาการเข่าโก่งหรือผิดรูป

เปิดประเภทข้อเข่าเสื่อม: คุณอยู่ในกลุ่มไหน?

เข่าเป็นข้อต่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทำหน้าที่เหมือนบานพับรับน้ำหนักเพื่อให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคง โดยโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:

  1. ข้อเข่าเสื่อมแบบปฐมภูมิ (Primary Osteoarthritis): พบมากในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นการเสื่อมตามสภาพการใช้งานและอายุขัย
  2. ข้อเข่าเสื่อมทุติยภูมิ (Secondary Osteoarthritis): เกิดจากปัจจัยอื่นนำมาก่อน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง กระดูกหัก เส้นเอ็นฉีกขาดจากการเล่นกีฬา ซึ่งส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ

เจาะลึก "ข้อเข่าเสื่อม" โรคยอดฮิตวัย 60+ รักษาได้ไม่ต้องทนปวด

ทางเลือกการรักษา: ตั้งแต่ยาสามัญไปจนถึงนวัตกรรมฉีดเกล็ดเลือด

ผศ. นพ.สีหธัช อธิบายว่าการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค หากอยู่ในระยะไม่รุนแรง แพทย์จะมุ่งเน้นการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและปวด เช่น

  • ยารับประทาน: กลุ่มยาลดการอักเสบ และยาชะลอความเสื่อมอย่าง "กลูโคซามีน" (Glucosamine) หรือที่เรียกกันว่ายาบำรุงเข่า
  • ยาฉีด: มีทั้งกลุ่มสเตียรอยด์เพื่อลดอักเสบโดยตรง หรือการฉีด Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารหล่อลื่นที่มีลักษณะคล้ายเจลเข้าไปในข้อเข่า
  • นวัตกรรม PRP: การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma) โดยการนำเลือดของผู้ป่วยมาปั่นเพื่อแยกเกล็ดเลือดเข้มข้นแล้วฉีดกลับเข้าไปเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูข้อเข่า

ก้าวข้ามความกลัว "การผ่าตัด": เดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง

หากการรักษาด้วยยาไม่เป็นผล การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคือทางออกสุดท้ายที่ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยม ปัจจุบันมีทั้งการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total Knee Replacement) และบางส่วน (Partial Knee Replacement) โดยใช้วัสดุโลหะชนิดพิเศษและพลาสติกโพลีเอทิลีนที่มีความทนทานสูง

ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยี หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Knee Replacement) ที่ทำงานคล้ายแขนกล ช่วยให้แพทย์วางตำแหน่งข้อเข่าเทียมได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย แผลเล็ก และที่สำคัญคือ สามารถลุกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด โดยใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน และจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยภายใน 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน

เจาะลึก "ข้อเข่าเสื่อม" โรคยอดฮิตวัย 60+ รักษาได้ไม่ต้องทนปวด

กุญแจสำคัญคือ "การป้องกัน" และชะลอเสื่อม

แม้ข้อเข่าเสื่อมจะรักษาไม่หายขาด แต่เราสามารถชะลอได้ด้วยการออกกำลังกายแบบ Low Impact Exercise เช่น การว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเดินเร็ว เพื่อเลี่ยงแรงกระแทกหนักๆ นอกจากนี้ ผศ. นพ.สีหธัช ยังแนะนำว่าสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน หากสามารถลดน้ำหนักลงได้เพียง 5% ของน้ำหนักตัว อาการปวดเข่าจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการรับประทานคอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) และสมุนไพรอย่างขมิ้นชัน ก็มีงานวิจัยรับรองว่าช่วยบรรเทาอาการได้จริง

8 วิธีดูแลตัวเอง ชะลอข้อเข่าเสื่อม

  1. บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าสม่ำเสมอ เพื่อช่วยรับแรงกระแทก
  2. หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดหลายชั้นบ่อยเกินจำเป็น
  3. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์
  4. เลี่ยงการนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ หรือคุกเข่านานๆ
  5. นั่งเก้าอี้สูงพอดี ให้เข่างอ 90 องศา เท้าวางราบพื้น
  6. เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ไม่ยืนหรือนั่งแช่นานเกินไป
  7. หลีกเลี่ยงการยกหรือแบกของหนักเกินกำลัง
  8. สวมรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดี (Cushioning)