แปลว่าถ้าจะเอาบ้านอีกซักหลังที่ 10-20 ล้าน ก็ต้องทำงานเหนื่อยหน่อยนะครับ แล้วถ้าไปเมืองนอก 5 วัน 3 ครั้งทุกไตรมาส ก็จะเป็น 45 วันที่ไปเที่ยวต่างประเทศต่อปี ไม่นับรวมปาร์ตี้ EDM ดังๆ 5-10 ครั้งต่อปี ก็ 55 วัน ตอนนี้ก็ 330 วันละครับ เหลืออีก 35 วัน ตรงนี้ก็อยู่ที่ว่า ถ้าอยากได้เงินไว้ใช้จ่ายอื่นๆด้วย ก็ต้องทำอย่างอื่นควบคู่ไปครับ เช่น ออกอีเวนต์ ซึ่งจะได้ประมาณ 3 แสนต่อวัน (ซักวันละ 3 งาน งานละ 1 แสน รอบละ 3 ชั่วโมง ก็จะใช้เวลา 9 ชั่วโมงต่อวัน ไม่รวมเดินทาง ซึ่งเดินทาง 1 ชั่วโมง ก็ 12 ชั่วโมงต่อวันละ) ก็จะได้อีก 9 ล้านบาท สำหรับ 30 วัน
ส่วน 5 วันที่เหลือไว้ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปไหว้คุณพ่อคุณแม่ และดูแลครอบครัว แปลว่านักแสดงที่ขยันเกินนักแสดงที่งานชุกที่สุดในประเทศไทย 3 คนรวมกันก็จะสามารถยืนได้ด้วยตัวเองแบบมีบ้านมีรถดีๆและทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน แต่ถ้างานไม่ได้เยอะขนาดนั้น ไม่ได้ดังขนาดนั้น ค่าตัวไม่ได้แรงขนาดนั้น แล้วอยู่ในวงการแบบร่ำรวยกว่ามหาเศรษฐีได้ แปลว่าต้องมีอาชีพเสริมที่ร่ำรวยมากๆอยู่แล้วแน่นอนครับ
หลายๆคนอายุ 20 กว่าๆ ร่ำรวยขนาดนี้ ก็แปลว่าเริ่มต้นทำธุรกิจที่จับตลาดได้ดีสุดๆ ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ก็เลยทำให้จับทางได้แล้วก็อู้ฟู่จนใช้เงินถอยรถ Super Car ได้มากมาย (ทำให้ Grey Market ขายกันเพิ่มขึ้นมากในแต่ละปีครับ/ข้อแก้เอาสถิติออกเพราะข้อมูลต้นทางไม่ถูกต้องนะครับ) ถือว่านักแสดง / นักร้อง / อินฟลู ไทยจำนวนมากมีความสามารถสูงมากแบบที่ไม่มีมาก่อนในเอเชียครับ ต้องยอมรับในความสามารถน้องๆ สมัยนี้จริงๆ ครับ"
ที่มาเพจFB: เฉลิมชาตรี ยุคล