แล้วอะไรคือสิ่งที่วัดว่าคนนี้เล่นตลกได้
ตูมตาม เชิญยิ้ม : วัดจากเสียงหัวเราะของคนดู แต่ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะคนดูจะขำเพราะว่าเสียงที่ตัวเองพูดออกไปมันช้า แต่คนดูกลับชอบแล้วเราได้รับเสียงหัวเราะของคนดูเยอะ
เห็นว่าอยู่กับพี่เป็ด เชิญยิ้ม 5 ปี แล้วหลังจากนั้นก็แยกออกมาเปิดคณะตัวเอง แต่ก็ยังใช้นามสกุล เชิญยิ้ม อยู่
ตูมตาม เชิญยิ้ม : เป็นนามสกุลที่พี่เขาให้ไปใช้หากินในวงการ เชิญยิ้ม
ตอนนั้น คือ เป็นตลกที่ดังมากเพราะโกอินเตอร์ไปเล่นที่ต่างประเทศถึง 14 ประเทศ
ตูมตาม เชิญยิ้ม : ใช่ครับไปกับ พี่เป็ด เราก็ไปพูดเสียงช้าๆยานๆของเรา ฝรั่งถึงกับงงเลยครับ
ในช่วงที่โด่งดังได้เงินเดือนคือ เป็นแสนต่อเดือนเลย ได้มาจากตรงไหนบ้าง
ตูมตาม เชิญยิ้ม : ได้มาจากการเล่นตามคาเฟ่ เพราะ 1 คืน เราเล่น 9 รอบ คือ วิลล่า 2 รอบ ดารา 2 รอบ พระราม9 2 รอบ เราขึ้นเล่นหนึ่งรอบคือครึ่งชั่วโมง พอเราจบจากที่นี่เราก็วิ่งไปอีกที่แล้วก็กลับมาที่เดิม เข้าๆออกๆแต่เราไปเล่นแต่ละที่เราก็เปลี่ยนมุกไปเรื่อยๆไม่ซ้ำเดิม เราก็ดูจากแขกแล้วก็วงที่เขาขึ้นก่อนคณะเราจะได้เล่นไม่ซ้ำกัน เริ่มเล่น 21.00 - ตี 4 ทุกวัน แต่พอเราเล่นตลกเสร็จก็ไม่กลับบ้านไปเล่นสนุ๊กเกอร์ต่อ แต่ ณ ตอนนั้นพอเราทำงานเสร็จในทุกๆวันพอแบ่งเงินกันแล้วก็ตาสว่างแล้ว ตีว่าวันละ 4,000 บาท แต่เราแทบไม่มีเงินเก็บเพราะเราไปหมดกับสนุ๊กหมด เพราะเราเล่นตั้งแต่ตี 4 ถึงบ่ายโมง
แบบนี้เสียงานไหม
ตูมตาม เชิญยิ้ม : ไม่เสียงานครับ พอเราเล่นเสร็จก็กลับไปนอนหกโมงทุ่มหนึ่งก็ไปเล่นต่อ ส่วนมุกเราก็ไปเล่นที่หน้าคาเฟ่
ณ ตอนนั้น เรียกว่าหลงกับแสง สี เสียงไหม
ตูมตาม เชิญยิ้ม : หลงครับ หลงระเริง หลงแสงสี
ในยุคนั้นที่ได้เป็นแสนๆเป็นยุคที่ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ประมาณ 10 บาท เราเคยมีคิดๆไหมว่าจะเก็บเงิน
ตูมตาม เชิญยิ้ม : ก็มีคิดว่าจะเก็บครับ แต่เพราะว่าพอเรานัดเขาไว้แล้วเราต้องไปเงินที่จะเก็บก็หายไป เงินที่จะเก็บเลยไม่ได้เก็บ แต่พอมาระยะหลังนึกขึ้นได้เราต้องเก็บพอแต่งงานมีครอบครัวเราก็รู้สึกว่าเราต้องดูแลไหนจะครอบครัว ไหนจะภรรยาเราลูก
การที่เคยอยู่จุดสูงสุด ณ ตอนนั้นแต่ไปหลงอยู่กับแสง สี มีเท่าไหร่ใช้หมด
ตูมตาม เชิญยิ้ม : ทางบ้านไม่ได้เลยครอบครัวไม่ได้สักบาท เราติดหรู ติดแบรนด์เนมดังๆ พอเราเห็นเขาใช่รถ BM เราก็เปลี่ยนไปใช้แบบเขาพอว่าเราไม่ได้เขาก็ยึดไปตั้งหลายคัน ตอนที่เรามีเงินมากๆตอนนั้นคือ ติดผู้หญิง การพนันไม่ได้เล่น แต่เราติดสนุ๊กแล้วพอเราไม่มีเงินเราก็ยืมๆจดหนี้มันทวีคูณขึ้นมา แต่เราใช้เงินเกินตัวทั้งๆที่ตอนนั้นคาเฟ่ยังรุ่งเรืองอยู่