.อันนี้มีคนเขาเม้าท์มาเรื่องจริงไหม?
พี่จิ๊ก : จริงแต่พี่ก็ไม่สนใจนะใครจะว่าพี่ เพราะว่าพี่ถือว่าวันและเวลาที่เราไม่ได้มีงานทำ 3-4เดือน เราต้องควักของเก่ามากิน
.มีผลกระทบไหม?
พี่จิ๊ก :"ผลกระทบทุกคนนะ พี่ต้องเอาเงินเก่าๆ ที่เก็บมาใช้ถ้าเราไม่งกเราจะไม่มีมาถึงวันนี้"
.พี่ขี้งกยังไง?
พี่จิ๊ก :"คุณพี่จะซซื้ออะไรก็ต่อเมื่อเพิ่งซื้อ ถ้าอะไรไมม่จำเป็นคือพี่จะไม่แตะต้องถ้ากระเป๋า เสื้อถ้าจะซื้อมาก็ต้องคำนวณก่อนว่าเราจะมาใส่รายการนี้ได้ค่าตัวเท่าไหร่แล้วชุดนี้จะคุ้มไหม จะใส่ได้กี่งานแล้วพอใส่เสร็จแล้วเราควรไปทำอะไรกับของตรงนั้น คุณพี่เป็นแบบนี้คุณพี่ไม่ฟุ่มเฟือยนะ แต่กระเป๋าราคาแพงๆ คุณพี่ก็มีนะ แต่คุณพี่ก็ไม่ได้ซื้อเพื่อนซื้อให้คุณพี่ คุณพี่ไม่ค่อยถือหรอก เพราะเสียดายกลัวมันพัง"
.แม่ค้าเม้าท์กันว่าจิ๊กเนาวรัตน์ ต่อราคาจนยกแผงหนีเลย จริงไหม?
พี่จิ๊ก :"พี่ก็ต่อของพี่ไปเรื่อย เขาให้ก็ให้ เขาไม่ให้ก็ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็ขำๆไม่เป็นไรหรอก เอาเท่าไหนก็เท่านั้น เพราะเขาจะพูดว่าอย่าต่อเลยคุณเนวรัตน์ชั่วโมงนี้ลำบากไปตามๆ กัน"
.พี่ยังแต่งหน้าศพอยู่ไหม?
พี่จิ๊ก :"ยังแต่งอยู่ค่ะ แต่ว่าตอนนี้มันจะน้อยลงเพราะว่าเขาจะไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายมาก เพราะมันเป็นช่วงโควิด"
.พูดถึงศพก็ขนลุกมีเรื่องลี้ลับบ้างไหม?
พี่จิ๊ก :"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ พูดแล้วขนลุก คือการที่เราไปทำอะไรสักอย่างโดยที่เราไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่เราจะสัมผัสจิตกันได้วันหนึ่งเราจะแต่งหน้าศพหลายศพ แต่ ณ วันหนึ่งพอเราแต่งแล้ว สมมติเด็กเล็กๆน่ารักมาก เขาตายไม่ถึงเดือน เด็กคนนี้เกิดมายังไม่เรียกแม่ พ่อเลย คุณแม่ก็เอาแก้มทาแล้วมาแต่งให้อีกคนหนึ่งต่อ พอแต่งไปแต่งมาเหลือบไปดูเอ้า...เมื่อกี้เราวางน้องคนนี้เรียงตรง แต่จู่ๆ น้องมาขวางขวางได้ยังไงเตียงมันยาวมันกินที่ แต่ตัวน้องไปเอง ก็งงแต่ไม่รู้ทำไงเหลือบไปดูนาฬิกา ตอนนั้น 9.45 นาที ธรรมาเราแต่งอะไรแบบนี้เราจะไม่ดูเวลาเลยทำไปเรื่อยๆ มีกี่ศพก็แต่งไป"
.แล้วระหว่างที่แต่งอยู่กับใคร?
พี่จิ๊ก :"คนเดียว แล้วระหว่างที่แต่งเสร็จเอาคุณป้ามานอนริม แล้วก็แต่งคุณลุงต่อคุณลุงมานอนติดคุณป้า เหยียบเตียงรู้ไหมเตียงคุณป้าสามารถไหลไปได้ก็วิ่งจับเตียงแทบตาย คิดได้ทันทีว่าคุณป้าไม่ยอมนอนข้างคุณลุงเพราะเขาไม่รู้จักกัน แล้วเขาแก่พอกัน แล้วเหมมือนมานอนคู่กันเขาไม่เอาแต่เด็กขวาง ทำให้คิดว่า มัน 9.45 น. มันเกี่ยวอะไร เพราะเราไป 8โมงก็ไม่ได้เกี่ยว แต่ใจก็คิดไปถึงอย่างอื่น แต็ไม่ได้ทำ มันเป็นเลขติดใจกลับมาบ้านก็ติดใจ จนปัจจุบันพอลอตเตอรี่ออกกลายเป็นเลขลอตเตอรี่ แต่ไม่ได้บอกใครแต่เราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ลอตเตอรี่ยังซื้อไม่เป็น"
.พี่คิดว่าพอหมดช่วงโควิดจะเลิกแต่งหน้าศพไหม?
พี่จิ๊ก :"ไปเรื่อยๆ ค่ะ แล้วแต่บุญว่าสนาชนกัน แต่งหน้าศพถ้าบุญวาสนาชนกันก็ได้ไปสัมผัส แต่ถ้าบุญวาสนาไม่เจอกันก็คือไม่เจอ"
.ทำไมคุณแม่อุทิศตัวไปทางแต่งหน้าซึ่งต้องเอาตัวเองไปคลุกคลีใกล้กับร่างที่ไร้วิญญาณ ซึ่งน่ากลัวมาก?
พี่จิ๊ก : "จริงๆไม่ได้น่ากลัวนะ คนเราเป็นมนุษย์อยู่อย่างนี้ทำไมถึวได้คุยกันได้ แต่ ณวันหนึ่งที่เขาดับสลาย หัวใจไม่ทำงานแล้ว ทำไมเราต้องบอกเขาว่าเขาเป็นศพแล้วทำไมถึงกลัวเขา ต้องไม่กลัวต้องทำให้เขาเป็นปกติเหมือนมนุษย์ธรรมดาที่เขาหลับไปแล้วเขาได้บุญแล้วนะเขาจบทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราจะต้องมองเขาว่าเขาขึ้นสู่สวรรค์ อย่าไปกลัว มันจะไม่ได้เราจะมองเขาว่าเขาสวย หล่อ สุดท้ายชีวิตจบแล้วในโลกใบนี้ ไปอยู่ภพหน้าเราก็ต้องส่งเขาไปให้ดีพอหลังจากนั้นเราก็จะมีความรู้สึกว่าเขาหมดทุกข์หมดโศกทุกอย่าง"
ขอบคุณข้อมูลจากรายการคุยแซ่บShow